posttoday
ร่วมกันต้านโกง

ร่วมกันต้านโกง

23 มีนาคม 2558

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เสวนาอย่างไม่เป็นทางการกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้บริหาร ป.ป.ช. 2-3 คน เรานั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันจิปาถะเกี่ยวกับนโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของรัฐบาล

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เสวนาอย่างไม่เป็นทางการกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้บริหาร ป.ป.ช. 2-3 คน เรานั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันจิปาถะเกี่ยวกับนโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของรัฐบาล

ข้อมูลหนึ่งที่ชัดเจนมากคือ ขณะนี้ความกลัวในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นของส่วนราชการมีมากขึ้นเนื่องจากท่าทีของรัฐบาลทหารที่ผู้นำแสดงบทบาทเอาจริงเอาจังกับการป้องกันและปราบโกง ทำให้ผู้ที่จะใช้ดุลพินิจในการเอื้อประโยชน์ หรือการเรียกเงินใต้โต๊ะลดจำนวนลง เพราะความกลัว

อันนี้กรรมการ ป.ป.ช.ท่านว่า รัศมีความกลัวในความเด็ดขาดนั้นทำให้คนขยาด แต่ไม่ได้หมายความ การโกงจะหายไป

ประการที่สอง เป็นผลจากการที่มีทหารจาก กอ.รมน.ที่ออกจากกรมกองไปป้วนเปี้ยนในเขตพื้นที่ราชการสำคัญทำให้ข้าราชการที่เคยปฏิบัติงานตามน้ำตามปกติ ไม่กล้าขยับ

ผลที่ตามมานั้นมี 2 ทาง ข้อดี คือ ไม่กล้าโกง ไม่กล้าเรียกใต้โต๊ะ แต่ผลข้างเคียง คือ งานไม่เดิน

ตามสำนวนของกรรมการ ป.ป.ช.ท่านว่า แค่ราชสีห์ส่งเสียงคำรามและเดินผ่าน สิงสาราสัตว์ ก็เผ่นป่าราบ เอาตัวรอดไปซุกในที่ปลอดภัย แต่ก็ไร้หลักประกันใดๆ ว่า เมื่อราชสีห์เดินผ่านไปแล้วจะไม่ออกมาหากินเพ่นพ่าน

ความกลัวประการที่สาม ที่ทำให้ปริมาณหรือกลิ่นของการทุจริตคอร์รัปชั่นจางลง คือ การที่ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นของภาคเอกชนเริ่มมีพลังและแข็งแกร่งขึ้น รวมถึงการที่รัฐบาลดึงภาคีเครือข่ายและองค์กรต้านคอร์รัปชั่นระดับโลกเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง การดำเนินโครงการภาครัฐ ทำให้ผู้ที่คิดกระทำต้องใช้สติปัญญาในการหาช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ที่แยบยลกว่าปกติ

แต่ทั้งหมดนั้นมิได้ทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาที่ทำลายสังคมไทยอย่างรุนแรงและฝังรากลึก จนกลายเป็นวิกฤตการณ์ด้านคุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคมจะหายไป

กรรมการ ป.ป.ช.และผู้บริหาร ป.ป.ช.จึงร้องขอให้สื่อมวลชน และภาคประชาชนร่วมกันจับตาและร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลที่มีอำนาจพิเศษ เร่งผลักดันกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตฉบับใหม่ที่เพิ่มความเข้มงวดเอาผิดกับคนโกงในหลากหลายมิติคลอดออกมาโดยเร็ว

เพราะกฎหมายฉบับนี้จะป้องกันประเทศเราไม่ให้จมไปกว่านี้ ให้อำนาจในการตัดสินคดีที่เร็วขึ้น มีการคุ้มครองคนที่แจ้งเบาะแสอย่างชัดเจน ขนาดห้ามไม่ให้ผู้บังคับบัญชาย้าย และหากสืบรู้ว่าคนเหล่านั้นรู้แต่เมินเฉยก็มีความผิด

กฎหมายใหม่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ถูกศาลตัดสินชี้ขาดให้พ้นจากตำแหน่ง ห้ามไม่ให้กลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต จากเดิมห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี จะเป็นการคัดกรองและเปิดโอกาสให้คนที่มีคุณภาพ ตั้งใจเข้ามาทำงานทางการเมือง

ให้ผู้บริหารท้องถิ่น  รองผู้บริหาร และผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่นต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินจากเดิมไม่มีกำหนดไว้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ถึงที่ไปที่มาของทรัพย์สิน โดยเฉพาะทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ เช่น การทุจริตคอร์รัปชั่น การตัดไม้ทำลายป่า การค้าไม้เถื่อน การยักยอกเงิน

ท้ายที่สุด คือการให้อำนาจ ป.ป.ช. สามารถจับและคุมขังผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ไปรายงานตัวตามที่กำหนด จากเดิม ป.ป.ช. มีอำนาจแค่แจ้งให้ตำรวจดำเนินการ นี่อาจจะเป็นปฏิวัติระบบคดีของประเทศทีเดียว เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับสังคมกังขากับการทำงานของตำรวจ

ผมฟังแล้วก็แทบจะเห็นด้วย แต่สิ่งหนึ่งเราต้องช่วยกันติดตาม คือ การออกแบบให้ที่มาของกรรมการ และการทำงานของ ป.ป.ช.มีความโปร่งใส และต้องไม่ตกอยู่ใต้ปีกของฝ่ายการเมือง ต้องมีอำนาจและเป็นอิสระอย่างแท้จริง ไม่เอนเอียงตามลมการเมือง จึงจะทำให้คนในสังคมเชื่อถือ คนที่มีความรู้มาช่วยกันติดตามและดีไซน์แบบกันเถอะ เพราะขณะนี้อยู่ในชั้นกรรมาธิการของ สนช.แล้ว

คุณคือ 1 เสียง ที่จะช่วยกันปัดกวาดให้ประเทศเรา

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย