
นายกฯวอนSMEเข้าสู่ระบบย้ำพร้อมดูแลภาษี
นายกฯ วอนผู้ประกอบการSME ขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎมาย ขู่ หากไม่ขึ้นปรับภาษีเพิ่ม 2 เท่า
นายกฯ วอนผู้ประกอบการSME ขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎมาย ขู่ หากไม่ขึ้นปรับภาษีเพิ่ม 2 เท่า
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ปาฐกถาพิเศษ เรื่องการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันการค้าของประเทศไทย ภายในงานประชุมสามัญประจำปี สมาชิกสภาอุตสากรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)ทั่วประเทศ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นายกฯปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ขอความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม ที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค จัดทำสินค้าในราคาถูก แต่มีคุณภาพ ในลักษณะสินค้าช่วยชาติ นำมาจำหน่ายให้ผู้มีรายได้น้อยซึ่งหาก ผู้ประกอบการใดดำเนินการให้ตามแนวความคิดนี้ ก็พร้อมมีมาตราการลดภาษีให้ทันที
ทั้งนี้รัฐบาลยังมีแนวคิดช่วยเหลือธุรกิจ เอสเอ็มอี ทั้งธุรกิจใหม่และที่ประสบปัญหา เพราะเอสเอ็มอี เป็นหัวใจกระตุ้นเศรษฐกิจประเท จึงต้องทำให้เข้มแข็ง ที่ผ่านมามีเอสเอ็มอี ขึ้นทะเบียนเพียง 6 แสนรายจากกว่า 2 ล้านราย จึงขอให้เอสเอ็มอี ที่เหลืออยู่มาขึ้นทะเบียน โดยรัฐบาลจะช่วยดูแลเรื่องของการจัดเก็บภาษี แต่หากไม่มาลงทะเบียน จะมีมาตรการรจัดเก็บภาษีเพิ่ม 2 เท่า ส่วนการจัดเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างว่า ฐานภาษีเป็นโครงสร้างเดียวกัน แต่จะแตกต่างจากมูลค่าสินทรัพย์ ที่แต่ละคนมี จึงอยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลให้ความเป็นธรรมกับคนชั้นกลาง และผู้มีรายได้น้อย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ภาพรวมอุตสาหกรรม ไทย จะต้องทำงานประสานสอดคล้องกับรัฐบาล มีความเชื่อมโยง และมีห่วงโซ่ ถึงประเทศอื่น ขณะที่การพัฒนาในประเทศ รัฐบาลเร่งการก่อสร้างรถไฟ ซึ่งจะทำในปีนี้ ละเสร็จในปี 2563 ให้ได้ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำ ก็จะต้องดำเนินการ โดยทั้ง 2 โครงการ ใช้งบประมาณปกติ โดยจะไม่ใช้การกู้ทั้งหมดเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา
นายกฯกล่าวอีกว่า การเตรียมพัฒนาถนนเชื่อมต่ออำเภอและจังหวัด โดยจะดำเนินการในเส้นทางที่ใช้ได้จริง ไม่ให้มีการเอื้อประโยชน์ เหมือนนักการเมืองที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ เร่งพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเปิดตลาดชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยขอให้สภาอุตสาหกรรมไปดู แลในเรื่องนี้ โดยเฉพาะผลผลิตข้าว และยางพารา ที่จะออกสู่ตลาดในอีกไม่กี่เดือน พร้อมระบุเตรียมระบายยางพาราที่อยู่ในสต็อก ถึง 2 แสนตัน ให้กับจีน ในราคาปกติ







