
‘กรุงไทย’คืนกำไรทริกเกอร์เข้าเป้า เสิร์ฟกองKTIG5-5ช็อปหุ้นไทยต่อ
บลจ.กรุงไทย ออกทริกเกอร์ฟันด์ช็อปหุ้นไทยราคาย่อตัว ตั้งเป้า 5% หลังทริกเกอร์ 4 เข้าวิน
บลจ.กรุงไทย ออกทริกเกอร์ฟันด์ช็อปหุ้นไทยราคาย่อตัว ตั้งเป้า 5% หลังทริกเกอร์ 4 เข้าวิน
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทย 5% ทริกเกอร์ ฟันด์ 5(KTIG5-5) เน้นลงทุนในตลาดหุ้นไทย เสนอขายตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 26 มี.ค. 2558 มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เงินลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
“ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะดีสำหรับโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เนื่องจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวลดลงจากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยที่อาจส่งผลให้มีเงินทุนไหลออก” นางชวินดา กล่าว
นอกจากนี้ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มพลังงานที่กดดันมูลค่าของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลงแรงตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาต่อกำไร (พี/อี) ของตลาดปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่กดดันภาพรวมตลาดในช่วงที่ผ่านมา แต่บริษัทมองว่าแม้พี/อี ตลาดจะสูง แต่ยังมีหลักทรัพย์หลายตัวที่ผลประกอบการที่ผ่านมาเติบโตและมีศักยภาพที่จะเติบโตในปีนี้และปีหน้า
นางชวินดา กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยอุปสงค์ในประเทศเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 พร้อมแรงกระตุ้นจากภาครัฐที่เริ่มชัดเจนขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำทั่วโลก มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) จากยุโรปและญี่ปุ่น รวมถึงไทยหลังจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงอีก 0.25% ต่อปี สนับสนุนให้เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ 1,680 จุด
สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุน KTIG5-5 ที่เน้นลงทุนหุ้นไทย แต่สามารถลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝากได้ โดยผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นได้ตั้งแต่ 0–100% ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ
ล่าสุด บริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนกองทุนเปิดกรุงไทย 5% ทริกเกอร์ ฟันด์ 4 (KTIG5-4) ถึงเป้าหมาย 5% เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2558 ก่อนครบกำหนดอายุโครงการ 6 เดือน โดยมีผลตอบแทน 5.7% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ 10.50% และได้จ่ายเงินคืนให้ผู้ถือหน่วยไปเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา
น.ส.ธิดาศิริ ศรีสมิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า นักลงทุนสามารถใช้โอกาสในช่วงที่หุ้นไทยมีราคาอ่อนตัวลงเข้าทยอยสะสมหุ้น หรือลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น ซึ่งบริษัทยังมองเป้าหมายดัชนีปีนี้ 1,700 จุด
สำหรับกองทุนหุ้นที่แนะนำ ได้แก่ กองทุนเปิดเค หุ้นทุน (K-EQUITY) เน้นกระจายลงทุนในหุ้นหลายกลุ่มอุตสาหกรรม กองทุนเปิดเค สตาร์ หุ้นทุนคืนกำไร (K-STAR) ลงทุนระยะสั้นถึงปานกลาง และขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อมีกำไรถึงจุดที่กำหนด และกองทุนเปิดเค สตราทีจิค เทรดดิ้ง หุ้นทุน (K-STEQ) ซึ่งซื้อขายทำกำไรตามจังหวะและลงทุนหุ้นขนาดกลางและเล็กบางส่วน







