
แก้ปมก๊าซหยุดจ่าย ปตท.ลงทุน2แสนล.
ช่วงเดือน เม.ย.ของทุกปี ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับปัญหาการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากพม่า จนทำให้การผลิตไฟฟ้าของประเทศไม่พอกับความต้องการ เพราะเชื้อเพลิงก๊าซที่เป็น 1 ใน 4 ของการผลิตไฟฟ้าของไทยจะขาดหายกว่า 1,530 ล้านลูกบาศก์ฟุต จนกระทรวงพลังงานต้องดึงเอกชนรายใหญ่ให้ลดปริมาณการใช้ไฟลงมา และสั่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือเต็มรูปแบบเพื่อป้องกันปัญหาไฟตก ไฟดับ
ช่วงเดือน เม.ย.ของทุกปี ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับปัญหาการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากพม่า จนทำให้การผลิตไฟฟ้าของประเทศไม่พอกับความต้องการ เพราะเชื้อเพลิงก๊าซที่เป็น 1 ใน 4 ของการผลิตไฟฟ้าของไทยจะขาดหายกว่า 1,530 ล้านลูกบาศก์ฟุต จนกระทรวงพลังงานต้องดึงเอกชนรายใหญ่ให้ลดปริมาณการใช้ไฟลงมา และสั่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือเต็มรูปแบบเพื่อป้องกันปัญหาไฟตก ไฟดับ
ขณะเดียวกันนั้น กระทรวงพลังงานกำลังวางแผนแก้ปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างก๊าชธรรมชาติของประเทศไทยทั้งระบบ เพื่อลดความเสี่ยงด้านพลังงาน
ล่าสุด นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปตท.อยู่ระหว่างเสนอแผนลงทุนระยะ 5 ปี (ปี 2559-2563) งบประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กำลังพิจารณารายละเอียดอยู่ เพื่อที่จะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาเห็นชอบในช่วงเดือน พ.ค.นี้ โดยแผน
ดังกล่าวจะสามารถแก้ไขปัญหาความมั่นคงระบบก๊าซธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ปัญหาการหยุดจ่ายก๊าซจากพม่าจะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
“ตามแผนนี้การลงทุนท่อส่งก๊าซเส้นที่ 5 ซึ่งจะเชื่อมระบบท่อก๊าซจากฝั่งตะวันออกและตะวันตก หากฝั่งใดฝั่งหนึ่งเกิดปัญหาเช่นปัจจุบัน ก็จะสามารถดึงอีกฝั่งไปเสริมได้ทันทีจากปัจจุบันที่ไม่เชื่อมกัน นอกจากนี้ ยังมีคลังเก็บแอลเอ็นจีเฟส 3 ขนาด 500 ตัน และเรือแอลเอ็นจีลอยน้ำจำนวน 2 ลำ” นายไพรินทร์ กล่าว
ขณะที่นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน ได้เป็นประธานในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะการฉุกเฉินด้านพลังงานของประเทศ ประจำปี 2558 โดยยืนยันว่า ตลอดเดือน เม.ย.นี้ ที่จะมีแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งยาดานา-เยตากุนในพม่าหยุดจ่าย ในวันที่ 10-19 เม.ย. และแหล่งซอติก้า ในวันที่ 20-27 เม.ย.นี้ ทำให้ปริมาณก๊าซหายไปจากระบบซึ่งจะมีผลต่อการผลิตไฟฟ้าในภาคตะวันตก เพราะสัดส่วนของก๊าซที่ไทยจำเป็นต้องนำเข้าจากพม่าคิดเป็น 25% ของปริมาณการจัดหาก๊าซทั้งหมด
นายณรงค์ชัยได้สั่งการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท ปตท. งดหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าและแหล่งผลิตก๊าซในช่วงเวลาดังกล่าว และให้เตรียมเชื้อเพลิงสำรองเต็มพิกัด และจากการซักซ้อมแผนฉุกเฉิน พบว่ากรณีเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดคือ ท่อก๊าซในอ่าวไทยเกิดปัญหาก็สามารถบริหารจัดการปริมาณก๊าซให้อยู่ได้ถึง 10 วัน และจะใช้ก๊าซแอลเอ็นจี ดีเซลและน้ำมันเตามาผลิตไฟได้







