
เลื่อนประชาพิจารณ์แผนผลิตไฟฟ้าประเทศ
พลังงานเลื่อนประชาพิจารณ์แผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของประเทศ รอเคาะตัวเลขสำรองไฟฟ้าให้ชัดเจน
พลังงานเลื่อนประชาพิจารณ์แผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของประเทศ รอเคาะตัวเลขสำรองไฟฟ้าให้ชัดเจน
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้การจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 (พีดีพี 2015) จำเป็นจะต้องเลื่อนการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ในปลายเดือน มี.ค.นี้ เป็นกลางเดือน เม.ย. 2558 เนื่องจากจะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับเวทีเล็กๆ โดยเฉพาะการเกลี่ยปริมาณสำรองไฟฟ้าภายใต้แผนพีดีพีในแต่ละช่วงให้มีความเหมาะสม
นอกจากนี้ ในช่วงปี 2566 จะมีสำรองไฟฟ้าสูงระดับ 40% จะต้องเจรจาเลื่อนโครงการผลิตไฟฟ้าทั้งเอกชนและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าระบบ โดยเบื้องต้นมีเอกชนบางรายพร้อมที่จะเลื่อนออกไปแล้ว แต่บางรายอยู่ระหว่างเจรจาจึงต้องเร่งสรุปให้เสร็จก่อนด้วย
สำหรับแผนพีดีพีฉบับใหม่นั้น จะเน้นการสร้างความมั่นคงให้กับระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศมากขึ้น และรักษาระดับค่าไฟฟ้าเฉลี่ยไม่ให้สูงเกินไป โดยลดสัดส่วนการใช้ก๊าซจาก 70% เหลือ 40-50% ในช่วงปลายแผน และหันมาพึ่งพาไฟฟ้าที่ผลิตจากถ่านหินเพิ่มขึ้นจาก 17-18% เป็น 25% ส่วนที่เหลือจะซื้อไฟต่างประเทศ และพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน 10-20%
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องเลื่อนประชาพิจารณ์ออกไป เพราะมีการคาดการใช้ไฟผิดจึงต้องเจรจากับ กฟผ. และผู้ผลิตไฟฟ้าไอพีพีและเอสพีพี ให้เลื่อนระยะที่จะต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบออกไปโดยรัฐไม่ต้องจ่ายค่าปรับ เพื่อลดปริมาณสำรองไฟฟ้าลงและไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า เพราะหากไม่ปรับลดปริมาณสำรองไฟฟ้าลง ค่าไฟจะขึ้นจาก 3.86 บาทต่อหน่วยในปัจจุบัน เป็นอัตรา 5.66 บาทต่อหน่วย ในปี 2579
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าของ กฟผ. ที่กำลังเจรจาให้เลื่อนออกไป ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงไฟฟ้าบางปะกง โรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพา 1 โรงไฟฟ้าไอพีพีถ่านหินของบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย โรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัท กัลฟ์ โรงไฟฟ้าในกลุ่มเอสพีพีโคเจน 540 เมกะวัตต์







