
สรุป3รูปแบบลงทุนรถไฟเร็วสูง
โพสต์ทูเดย์
— คมนาคมสรุป 3 รูปแบบ สร้างความคุ้มค่าลงทุนไฮสปีดเทรนเบื้องต้น 4 เส้นทาง รอสรุปเสนอ ครม.นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากแผนการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมศึกษารายละเอียดและเพิ่มบทบาท เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนนั้น ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาสรุปความเป็นไปได้เบื้องต้นของเส้นทางไฮสปีดเทรนทั้ง 4 เส้นทาง พร้อมตัวเลขความคุ้มค่าด้านการลงทุนใน 3 แนวทาง จากนั้นจะเร่งสรุปเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
สำหรับการลงทุนแนวทางแรก รัฐบาลจะต้องรับภาระลงทุนงานโยธาทั้งหมด และให้เอกชนลงทุนตัวรถ ทำให้รัฐต้องใช้จ่าย 8 แสนล้านบาท แต่ได้ความคุ้มค่ามากถึง 2030% ส่วนแนวที่สอง รัฐและเอกชนร่วมลงทุนอย่างละครึ่ง หรือส่วนละ 4 แสนล้านบาท มีความคุ้มค่าด้านการลงทุน 25% ขณะที่แนวทางที่สาม รัฐลงทุน 70% เอกชนลงทุน 30% สรุปความคุ้มค่าการลงทุนได้ 48%
ทั้งนี้ ทั้งสามรูปแบบเป็นเพียงการลงทุนไฮสปีดเทรนภายในประเทศเท่านั้น ดังนั้นกระทรวงคมนาคมจึงมีแนวทางที่จะผลักดันให้เกิดโครงการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในภูมิภาคเดียวกัน เช่น ไทยเวียดนามจีนสิงคโปร์มาเลเซีย เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าด้านการลงทุนมากที่สุด
“
เรื่องการศึกษาแนวทางการเชื่อมโครงข่ายไฮสปีดเทรนระหว่างประเทศในภูมิภาค ได้สั่งการให้ สนข.ว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนสรุปและนำเสนอ ครม.พิจารณา” นายสุพจน์ กล่าวด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้การศึกษาและวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินเบื้องต้นในการก่อสร้างไฮสปีดเทรนในเส้นทางที่มีแนวโน้มและความเป็นไปได้มากที่สุด คือ สายกรุงเทพฯหาดใหญ่ แต่เนื่องจากมูลค่าการลงทุนค่อนข้างสูง รัฐบาลจึงต้องมี นโยบายที่ชัดเจนและตัดสินใจให้รอบคอบ
ที่ผ่านมารัฐบาลเลือกที่จะให้ ร.ฟ.ท.ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางกรุงเทพฯระยอง ระยะทาง 221 กิโลเมตร จากทั้งหมด 4 เส้นทาง เพราะเห็นว่าเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด น่าจะเกิดขึ้นได้ก่อนเส้นทางอื่นๆ แต่เส้นทางกรุงเทพฯหาดใหญ่ จะให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุด ส่วนรูปแบบที่รัฐรับภาระงานโยธาทั้งหมด เอกชนลงทุนระบบรถ ฯลฯ และรูปแบบรัฐร่วมลงทุนกับเอกชนเป็นรูปแบบที่ดีที่สุด
จากผลวิเคราะห์ด้านการลงทุนด้านการเงินของ 4 เส้นทาง ที่ความเร็ว 250 กม./ชม. ซึ่งสนข.เห็นว่า รูปแบบที่รัฐรับภาระงานโยธาทั้งหมดเอกชนลงทุนระบบรถฯลฯ และทำในรูปแบบพีพีพีรัฐร่วมลงทุนกับเอกชน ดีที่สุด ที่ประชุมจึงให้รฟท.ไปสรุปและเสนอรายงานเข้ามาในการประชุมครั้งต่อไป
ส่วนโครงการไฮสปีดเทรน 4 เส้นทาง คือ 1. กรุงเทพเชียงใหม่ ระยะทาง 745 กม. มีผลตอบแทนทางการเงิน 23.53% ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐศาสตร์ 14.55 % 2. กรุงเทพหนองคาย ระยะทาง 615 กม. มีผลตอบแทนทางการเงิน 31.93% ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐศาสตร์ 19.08% 3.กรุงเทพหาดใหญ่ ระยะทาง 937 กม. มีผลตอบแทนทางการเงิน 36.16% ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐศาสตร์ 19.23% และ 4. กรุงเทพระยอง ระยะทาง 221 กม. มีผลตอบแทนทางการเงิน 22.49% ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐศาสตร์ 15.40%







