
จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้
....ฐาปนา
จั่วหัวไว้ว่า
“จินตนาการ” สำคัญกว่า “ความรู้” ท่านผู้อ่านที่เป็นผู้รู้หลายท่าน อาจจะคิดว่า เรากำลังจะพูดถึงอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งเป็นผู้กล่าวคำนี้เอาไว้ แต่คงต้องขอบอกว่า ไม่ใช่ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับไอน์สไตน์ แต่เป็นเรื่องของจินตนาการที่สำคัญจริงๆ นั่นคือ จินตนาการของผู้ชายที่ชื่อ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะฟูจิโอะ ฟูจิโกะ เป็นเสมือนคุณพ่อผู้ให้กำเนิดแมวหุ่นยนต์ ที่ตอนนี้น่าจะเป็นแมวการ์ตูนที่ดังที่สุดในโลกตัวหนึ่ง ซึ่งคิดว่าท่านผู้อ่านทุกท่านน่าจะรู้จักกันดี นั่นคือ
“โดราเอมอน”โดราเอมอนคือหุ่นยนต์แมวที่มาจากอนาคต (ในเนื้อเรื่องบอกว่า มาจากคริสต์ศตวรรษที่ 22) ซึ่งล่าสุดสำนักข่าวเอเอฟพีได้รายงานเรื่องมาจากโตเกียวว่า แนวคิดต่างๆ ที่ผู้เขียนโดราเอมอน ได้จินตนาการเอาไว้นั้น ได้กลายเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ และยังคงจะมีการพัฒนาแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์จากเรื่องโดราเอมอนต่อไปอีก อย่างไม่หยุดยั้ง
สิ่งที่เคยถูกกล่าวเอาไว้ในโดราเอมอน การ์ตูน ที่มีอายุกว่า 40 ปีแล้ว และได้กลายเป็นจริงขึ้นมาให้เห็นมีหลายเรื่องแล้ว เช่น กล้องดิจิตอล ซึ่งในอดีตอาจจะเป็นเรื่องที่คนสมัยโน้นเห็นว่าเป็นเหมือนของวิเศษ แต่ตอนนี้กลับมีกันทั้งบ้านทั้งเมือง หรือเรื่องอื่นๆ เช่น อาหารแคปซูล ฯลฯ
มาโมรุ โมริ อดีตนักบินอวกาศ ซึ่งขณะนี้มารับตำแหน่งหัวหน้าพิพิธภัณฑ์มิราอิกันในกรุงโตเกียวบอกว่า ตอนนี้พิพิธภัณฑ์กำลังจัดนิทรรศการว่าด้วยวิทยาศาสตร์ที่มาจากเจ้าแมวสีฟ้าตัวนี้ ซึ่งการแสดงจะยืนยาวไปถึงปลายเดือน ก.ย. โดยในนิทรรศการได้นำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาตามจินตนาการในเรื่องโดราเอมอนมาแสดงให้ผู้ชมได้เห็นว่า มีอะไรบ้างแล้วที่เกิดเป็นจริงขึ้นในโลกปัจจุบัน
ไฮไลต์ที่ถูกนำมาแสดง เช่น ผ้าคลุมล่องหน ซึ่งอาศัยเทคโนโลยีในการสร้างภาพลวงตากะทันหัน ทำให้หลอกสมองของผู้มองให้รู้สึกไปว่าสามารถมองทะลุผ่านวัตถุได้ นอกจากนั้น ยังมีต้นแบบของหุ่นยนต์ขนาดจิ๋วที่ใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งมีขนาดเพียง 3 เซนติเมตร ที่เมื่อใส่เข้าไปในตัวคนไข้ ก็จะสามารถเข้าไปถึงจุดที่เป็นโรค หรือเป็นปัญหาทางสุขภาพในร่างกาย แล้วยังสามารถ
“ตัด” เอาเนื้อเยื่อในส่วนที่คาดว่าอาจจะเป็นเนื้อร้ายออกมาพิสูจน์ได้อีกด้วยวิทยาศาสตร์อีกอย่างหนึ่งที่มีผู้พยายามศึกษากันมานักต่อนัก แต่ไปไม่ค่อยถึงไหน คือเรื่องที่ว่าด้วย
“ความฝัน” ฝันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคน แต่แทบไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และที่สำคัญ เมื่อเราฝันแล้วจะสื่อถึงอะไรบ้าง ยกเว้นนักโหราศาสตร์ที่อาจจะมอง หรือ “ตี” ความฝันกันได้คล่อง แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์แล้ว ความฝันยังเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตในการวิเคราะห์ได้อย่างจริงจังทว่า ในโดราเอมอนมีหลายตอนมากที่นำเสนอเกี่ยวกับความฝัน ทั้งการที่โนบิตะแอบเข้าไปในความฝันของคนอื่น หรือการพยายามสร้างความฝันอย่างที่ตนเองอยากให้เป็น และในตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นก็ได้เริ่มพัฒนาเครื่องตรวจจับความฝัน ซึ่งแม้จะยังไม่สามารถใช้งานได้ถึงขนาดที่ทำให้เรารู้ว่า คนที่กำลังนอนหลับอยู่นั้นฝันหวานถึงใคร แต่ก็พอจะทำให้รู้คร่าวๆ ว่า ความฝันที่กำลังดำเนินอยู่ เป็นเรื่องในแนวทางไหน และก่อให้เกิดอารมณ์อย่างไรของผู้ที่ฝันอยู่ ซึ่งอาจจะนำมาสู่การพัฒนาเป็นสินค้าทางการแพทย์ หรือแม้แต่ทางการค้าในอนาคต ที่เราอาจจะ
“ขายความฝัน” กันได้ตามที่โดราเอมอนเคยแสดงให้เห็นโมริ บอกว่า โลกของโดราเอมอนได้กลายเป็นความฝันสำคัญของนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจำนวนมากที่เดินตามรอยฟูจิโอะ ฟูจิโกะ โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่น ที่ชอบเน้นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้คนให้ได้มากขึ้น
แต่ที่เหนืออื่นใด ในการเดินตามจินตนาการของฟูจิโอะ ฟูจิโกะ น่าจะเป็นแนวคิดในการสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับมนุษย์ได้จริงๆ เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ช่วย ฯลฯ ซึ่งชินอิจิ ฮิโรเสะ นักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่กำลังถูกพัฒนาอยู่เรื่อยๆ และแม้เราจะเห็นหุ่นยนต์ชนิดต่างๆ ที่ถูกผลิตออกมามากๆ ในแต่ละปี แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว เขาก็ยอมรับว่าเราคงจะต้องรอไปอีกนานสักหน่อย กว่าที่เด็กๆ จะมีหุ่นยนต์พี่เลี้ยงอย่างโดราเอมอนโผล่ขึ้นมาได้แบบตัวเป็นๆ
สิ่งที่เห็นได้ชัดจากเรื่องนี้ก็คือ นักวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่นไม่ได้อายเลยที่จะยอมรับว่า ลอกเลียน หรือได้แรงบันดาลใจมาจากการ์ตูน และนำมาสู่การพัฒนาให้เกิดเป็นของใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงได้ เกิดเป็นการค้าที่สามารถขายไปทั่วโลกได้ ในขณะที่บ้านเรานั้น การ์ตูนดีๆ ยังมีน้อย และในบางครั้ง การอ่านการ์ตูนก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องในสายตาของผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่การ์ตูนก็เปรียบเสมือนสื่ออื่นๆ เช่น สื่ออินเทอร์เน็ต ที่สามารถสร้างสรรค์ได้ทั้งสิ่งที่ดี มีประโยชน์ และในทางกลับกัน ก็อาจจะเป็นของเลวร้ายที่ทำให้เด็กเสียคน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้มันอย่างไร และผู้ใหญ่จะช่วยเด็กคัดกรองสิ่งเหล่านี้มากแค่ไหน
อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ แม้เราจะมีการพัฒนาด้านการอ่าน การเขียนไปกันมาก แต่สำหรับนิยายวิทยาศาสตร์แล้ว ยังถือว่ามีน้อยมากในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีน้อยมากที่เขียนโดยคนไทย แสดงให้เห็นว่า การขายไอเดียเพื่อโลกอนาคตของเรายังไม่ถึงไหน
แล้วเมื่อไหร่เราจะมีโดราเอมอนสักตัว







