
ธนาคารถ่วงลดดอก
ธนาคารพาณิชย์อิดออดลดดอกเบี้ย เหตุกลัวกำไรหด
ธนาคารพาณิชย์อิดออดลดดอกเบี้ย เหตุกลัวกำไรหด
นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาส 4 ปีที่แล้วระบบธนาคารพาณิชย์ไทยโดยรวมมีส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ (Net Interest Margin หรือ NIM) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.55 ในไตรมาส 3 เพิ่มเป็น 2.60% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ดี ถึง NIM จะเพิ่มขึ้นบ้าง แต่รายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่มีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มกำไรชะลอ แต่ธนาคารส่วนใหญ่มีกำไรได้จากรายจ่ายในการกันสำรองลดลง เนื่องจากที่ผ่านมามีการสำรองเอาไว้เพียงพอแล้ว
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารได้มีการประชุมผู้บริหารเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ตัดสินใจ โดยขอรอดูการตอบรับของตลาดก่อน อาทิ สภาพคล่อง การไหลเข้าออกของเงินทุน และความต้องการสินเชื่อ โดยนโยบายการเงินเป็นแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามนโยบายการเงินของสหรัฐ ที่เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังจากที่เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ซึ่งหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลให้เงินทุนไหลออกไปหาแหล่งที่ผลตอบแทนดีกว่า ดังนั้น ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลง สภาพคล่องลด และตลาดหุ้นจะไปก่อน แต่ประเทศไทยยังมีสภาพคล่องในระบบสูง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลใกล้ชิดให้เหมาะสมกับระบบเศรษฐกิจ
"สหรัฐมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยจริง แต่ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแอ ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ระยะเวลาในการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐที่แน่ชัดได้ยาก ส่งผลให้ตลาดเงินและอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากจนกว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยจริง ซึ่งธุรกิจที่ค้าระหว่างประเทศควรบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด" นายบุญทักษ์ กล่าว
นายบุญทักษ์ กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยไม่ได้เป็นอุปสรรคของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยปัญหาหลักของเอสเอ็มอีคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ เพราะในช่วงที่ประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เอสเอ็มอีจะได้รับผลกระทบก่อน และมีสัญญาณหนี้เสียที่เป็นความเสี่ยง ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
สำหรับภาพรวมสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งระบบปีนี้ คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่เติบโตเพียง 1-2% เพราะสถาบันการเงินยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอีอยู่ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มีอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สูงขึ้น







