
ยุคทองสื่อนอกบ้าน เจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคดิจิทัล
เมื่อพฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงไป ใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากขึ้น ใช้บริการขนส่งสาธารณะ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
เมื่อพฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงไป ใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากขึ้น ใช้บริการขนส่งสาธารณะ มีเครื่องมือสื่อสารติดตัวอยู่ตลอดเวลา สังคมเข้าสู่ยุคดิจิทัล ส่งผลให้สื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยเป็นสื่อที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และมีแนวโน้มเติบโตขึ้น ไม่ใช่แค่ในเมืองไทย แต่รวมถึงประเทศอื่นในอาเซียน
รอน แกรห์ม ที่ปรึกษาด้านการวางแผนกลยุทธ์ สื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย บริษัท แพลน บี มีเดีย กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจสื่อนอกบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะประเทศที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนา สื่อโฆษณานอกบ้านจะขยายตัวมากกว่า เนื่องจากเป็นสื่อทั่วไป ไม่ซับซ้อน เข้าถึงคนจำนวนมาก และเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นสื่อโฆษณาอันดับต้นๆ ที่คนเลือกใช้
“การเติบโตของสื่อประเภทนี้ในประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาจะมีลักษณะเติบโตเป็นตัวยู คือขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงแรก ก่อนจะมีสื่ออื่นๆ เข้ามาเป็นทางเลือก เช่น โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และสื่ออื่นๆ ทำให้การใช้สื่อโฆษณานอกบ้านลดลง แต่จากนั้นก็จะกลับมามีบทบบาทควบคู่กันไป เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยใหม่” แกรห์ม อธิบาย
ขณะเดียวกัน เมื่อคนสมัยนี้ใช้เวลานอกบ้านมากขึ้น เข้าถึงเทคโนโลยีการสื่อสาร สื่อนอกบ้านจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยมุ่งหน้าเข้าสู่สื่อในรูปแบบดิจิทัล มีนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนในรูปแบบต่างๆ
สำหรับการแข่งขันในธุรกิจนั้นมีมากขึ้น เพราะช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา มีผู้เล่นท้องถิ่นที่เติบโตและเข้มแข็งเกิดขึ้นมากมาย จากเดิมที่ส่วนใหญ่จะมีแต่บริษัทรายใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาครองตลาด เทรนด์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากบริษัทขนาดเล็กเริ่มเห็นถึงโอกาสและช่องว่างที่จะเข้ามาในตลาดได้
นอกจากนี้ การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโต เนื่องจากจะมีการค้าขายข้ามพรมแดนมากขึ้น หลายบริษัทจะมีการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งแบรนด์สินค้าจากต่างประเทศให้การตอบรับที่ดีกับการเปิดเสรีอาเซียน ในด้านการผลิต การหาวัตถุดิบ รวมถึงด้านการตลาด
แกรห์ม มองว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจในอาเซียนจะต้องวางกลยุทธ์ด้านการตลาด การสื่อสาร มองหาสื่อที่หลากหลายและให้ประโยชน์สูงที่สุด ประกอบกับมีบริษัทสื่อและเอเยนซีมากมายเข้าไปหาโอกาสที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเช่นเดียวกัน ดังนั้น บริษัท แพลน บี ต้องการจะทำงานร่วมกับบริษัทข้ามชาติ รวมถึงเอเยนซีต่างๆ
ทั้งนี้ บริษัท แพลน บี มีเดีย ได้วางกลยุทธ์ขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศ โดยเลือกอินโดนีเซียเป็นประเทศแรก ซึ่งบริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท พีที เอ็มเทค บริษัทด้านสื่อและโทรคมนาคมที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินโดนีเซียเข้ามาร่วมงาน ซึ่งอินโดนีเซียจัดเป็นตลาดที่กำลังเข้าสู่สังคมเมืองและมีขนาดใหญ่มาก
ขณะเดียวกัน ยังได้มองตลาดสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ควบคู่ไปด้วย เพราะผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์คล้ายกับคนไทยที่ใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากกว่าอยู่ในบ้าน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและเลือกพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสม ส่วนตลาดกัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม ก็มองเป็นตลาดสำคัญ ซึ่งได้ศึกษามองหาโอกาสควบคู่กันไป
ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2557 บริษัทได้เตรียมตัวเพื่อขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยการรวบรวมรายชื่อบริษัทในธุรกิจเดียวกันในกลุ่มประเทศเป้าหมาย เพื่อคัดเลือกพันธมิตรในท้องถิ่นที่เหมาะสม เนื่องจากต้องการพันธมิตรที่มีทิศทางการทำงานและเป้าหมายเหมือนกัน เพื่อประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งพันธมิตรอาจจะไม่ได้เป็นผู้ทำสื่อนอกบ้านเหมือนกัน แต่ต้องเป็นธุรกิจที่เข้ามาเติมเต็มธุรกิจให้กันและกันได้
สำหรับมูลค่าการตลาดสื่อนอกบ้านใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ในปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการใช้จ่ายผ่านสื่อนอกบ้านนั้นเติบโตรวดเร็วมากกว่าสื่อประเภทอื่นๆ
พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพลน บี มีเดีย กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตที่ 20-30% เนื่องจากอุตสาหกรรมสื่อเริ่มฟื้นตัว บริษัทเอกชนเริ่มใช้จ่ายด้านโฆษณามากขึ้น ประกอบกับบริษัทได้เปิดตัวสื่อรูปแบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า







