
ติวเตอร์เดลิเวอรี่
ไม่น่าแปลกใจที่ชนชั้นกลางยอมจ่ายเงินเทอมละนับหมื่นหรืออาจหลายหมื่นบาท เพื่อให้ลูกเรียนกวดวิชา
ไม่น่าแปลกใจที่ชนชั้นกลางยอมจ่ายเงินเทอมละนับหมื่นหรืออาจหลายหมื่นบาท เพื่อให้ลูกเรียนกวดวิชา นอกเหนือเพิ่มเติมจากการเรียนในชั้นเรียนปกติ ก็ในเมื่อสังคมไทยคาดหวังต่อการศึกษาในฐานะการประกันอนาคต การเข้าโรงเรียนดีๆ การเรียนจบคณะวิชาดีๆ มหาวิทยาลัยดังๆ จะช่วยให้มีชีวิตการงานที่ดีตามไปด้วย
ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว ผลวิจัยพบว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมาขยายตัวกว่า 200% มีเงินหมุนเวียนอยู่ในธุรกิจนี้ปีละกว่า 3 หมื่นล้านบาท กลายเป็นช่องทางที่รัฐบาลเรียกเก็บภาษี
เงินได้จากสถาบันกวดวิชาในอัตรา 20% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะต้องกลายเป็นผู้รับภาระนี้ จากค่าเรียนกวดวิชาที่จะเพิ่มขึ้น
ใครจะมีรายได้จากธุรกิจนี้เท่าไหร่? ใครจะต้องแบกรับภาระภาษี? และรัฐบาลใจดำไปหรือไม่ที่เรียกเก็บภาษี โดยเพิ่มภาระให้ประชาชนที่คาดหวังต่อการศึกษาของบุตรหลาน? คำถามเหล่านี้แม้จะสำคัญ แต่ก็ไม่มากไปกว่าคำถามต่อคุณภาพการศึกษาของไทย ซึ่งแม้รัฐบาลทุ่มงบประมาณปีละกว่า 4 แสนล้านบาท แต่การเกิดขึ้นและเติบโตของธุรกิจกวดวิชา ซึ่งขยายจากสถาบันมาเป็นติวเตอร์รับสอนตามบ้านอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่าการศึกษาในห้องเรียนที่รัฐจัดนั้น ไม่อาจตอบสนองความคาดหวังของคนในสังคมได้มากเท่ากับโรงเรียนกวดวิชาเหล่านี้
เช่นนี้แล้ว จึงเสมือนว่าพ่อแม่ผู้ปกครองต้องกัดฟันอดทนแบกรับภาระแต่ฝ่ายเดียว โรงเรียนกวดวิชาได้เงิน รัฐเก็บภาษีได้เพิ่ม แต่ยังมองไม่เห็นการแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา







