
ต้นกล้าโสมขาวเมินบริษัทใหญ่ ขอไล่ตามความฝัน
ยุนจายัง นักศึกษาเอกวิศวะแห่งมหาวิทยาลัยยอนเซในกรุงโซล
โดย...ปาจรีย์ ขุนภาษี
ยุนจายัง นักศึกษาเอกวิศวะแห่งมหาวิทยาลัยยอนเซในกรุงโซล มีคุณสมบัติมากเกินพอจะก้าวเข้าสู่ชีวิตการเป็นพนักงานบริษัทอันมั่นคง มั่งคั่ง และเป็นที่นับหน้าถือตาของสังคม
ทว่า เส้นทางดังกล่าวกลับไม่อยู่ในสายตาของยุนเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากเจ้าตัวใฝ่ฝันถึงเส้นทางที่โลดโผนกว่านั้น ได้แก่ การสร้างธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีขึ้นด้วยตัวเอง
“สไตล์แชร์” แอพพลิเคชั่นรูปแบบคล้าย “พินเทอเรสต์” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นแบ่งปันรูปถ่าย จึงถือกำเนิดขึ้นขณะที่ยุนกำลังเรียนช่วงปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัย โดยสไตล์แชร์มุ่งกลุ่มเป้าหมายไปที่เด็กสาวผู้ใส่ใจการติดตามแฟชั่น
ยุน ขณะนี้อายุ 26 ปี ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีถึงแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจนี้ว่า มาจากความสนใจของตัวเอง
“ฉันชอบแฟชั่นมาโดยตลอด และก็มีหลายครั้งมากเลยที่ฉันอยากจะดึงตัวใครสักคนเข้ามาถามว่า เสื้อผ้ากับรองเท้าสวยๆ ที่เธอสวมอยู่มันคืออะไรน่ะ ขณะเดียวกันนิตยสารแฟชั่นต่างๆ ก็ล้วนแต่พูดถึงเสื้อผ้าแบรนด์ดังแพงๆ ซึ่งไม่ช่วยอะไรเลยสำหรับคนธรรมดาๆ อย่างฉัน”
แอพพลิเคชั่นดังกล่าวติดลมบนอย่างรวดเร็ว กระทั่งขณะนี้มีผู้ใช้บริการแล้วกว่า 1 ล้านคน
ยุน บอกว่า ตอนแรกพ่อกับแม่ก็ตกใจเมื่อรู้ว่าแอพนี้ไม่ใช่เพียงงานอดิเรกของลูกสาว ซึ่งก็ไม่คิดจะออกไปหางาน “จริงๆ” ทำ
“แต่พวกท่านก็กลายมาเป็นผู้สนับสนุนที่ยอดเยี่ยมมาก” ยุน กล่าว
พ่อของยุน ซึ่งเป็นพนักงานบริษัท แอลจี มานานถึง 20 ปี แม้แต่เสนอจะเอาเงินเก็บสำหรับใช้ยามเกษียณมาเป็นเงินทุนสำหรับธุรกิจดังกล่าว ทั้งๆ ที่ในสมัยของท่านไม่มีอะไรเทียบได้กับความมั่นคงและมีหน้ามีตาที่มาพร้อมตำแหน่งหน้าที่ในบริษัทใหญ่ๆ ของตระกูลดังๆ หรือ “แชโบล” ที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของประเทศ
ทั้งนี้ ยุนไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ทำเช่นนี้ ตรงกันข้าม ข้อมูลระบุว่า ชาวโสมขาวรุ่นใหม่จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หันหลังให้อาชีพตามแบบแผนอันจืดชืด แล้วก้าวออกไปสู่ชีวิตการเป็นเจ้าของกิจการ
เวนทูเรอิน ผู้เก็บข้อมูลธุรกิจของรัฐบาลเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า บรรดาบริษัทเกิดใหม่ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี มีจำนวนมากถึงกว่า 3 หมื่นแห่ง ในเดือน ม.ค. 2015 โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปี 2009 ที่มีบริษัทขนาดเล็กลงทะเบียนเพียง 1.5 หมื่นแห่ง ถึงเกือบ 2 เท่า
ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้ ก็อัดฉีดงบประมาณนับพันล้านเหรียญสหรัฐเข้าสู่บริษัทเกิดใหม่เหล่านี้ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่จะสร้าง “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ผลักดันให้ประเทศไปไกลกว่าอุตสาหกรรม
รูปแบบเก่าๆ อย่างที่แล้วมา
แดนโสมขาวมีสภาพเหมาะแก่การแพร่กระจายของบริษัทด้านเทคโนโลยี เนื่องจากบ้านเรือนส่วนใหญ่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และประชาชนจำนวน 80% มีสมาร์ทโฟนใช้ อีกทั้งกว่า 60% ของผู้ใช้
สมาร์ทโฟนก็เข้าถึงบริการ 4จี
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของธุรกิจเกิดใหม่เหล่านี้ก็คือ ขนาดของตลาดภายในประเทศที่เล็กจนจำต้องโบยบินออกไปสู่โลกภายนอกถ้าต้องการเติบโต ซึ่งหมายความว่าจะต้องเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมใหม่ๆ อันเป็นอุปสรรคที่ท้าทายยิ่ง นอกจากนี้สังคมเกาหลีใต้ยังมองว่า หากไม่ประสบความสำเร็จ ความพยายามสร้างธุรกิจก็เป็นการเสียเวลาเปล่า โดยไม่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การได้ลองลงมือทำ
แต่ดูเหมือนว่าอะไรๆ กำลังจะเปลี่ยนไป
“คำว่า ‘บริษัทเกิดใหม่’ ยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในความนึกคิดของผู้คนด้วยซ้ำในปี 2011 ตอนนี้กลายเป็นคำยอดฮิตติดปากเด็กมหาวิทยาลัยทุกคนไปแล้ว” จางซุนฮยัง ผู้อำนวยการการลงทุนแห่งแมชอัพ แองเจิลส์ ผู้อบรมบริษัทเกิดใหม่ในกรุงโซล กล่าว
คิมซุนฮยอก เด็กหนุ่มผู้ได้รับปริญญาด้านธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเกาหลี และสร้างเว็บไซต์เชื่อมระหว่างชาวนาในชนบทกับผู้บริโภคในเมืองออกมาเมื่อ 2014 มีพ่อที่เป็นผู้จัดการของฮุนไดมาตลอด 30 ปี เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญ เนื่องจากเคยอยากมีธุรกิจของตัวเอง แต่ไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีใครสนับสนุน และต้องหาเลี้ยงครอบครัว
“ที่ทำอยู่นี่ไม่ใช่แค่ความฝันของผมคนเดียว แต่เป็นความฝันของพ่อด้วย”







