posttoday
ตั้งบริษัทเดินรถ ไทยถือหุ้น60%

ตั้งบริษัทเดินรถ ไทยถือหุ้น60%

12 มีนาคม 2558

ได้ข้อสรุปตั้งบริษัทร่วมทุนเดินรถไฟไทย-จีนแล้ว ไทยร่วมเอกชนถือ 60%

ได้ข้อสรุปตั้งบริษัทร่วมทุนเดินรถไฟไทย-จีนแล้ว ไทยร่วมเอกชนถือ 60%

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 3 วันที่ 11 มี.ค.ได้ข้อสรุปแนวทางการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนไทย-จีน ที่จะทำหน้าที่บริการการเดินรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย แก่งคอย-มาบตาพุด และเส้นทางแก่งคอย-นครราชสีมา และนครราชสีมา-หนองคาย โดยฝ่ายไทยจะถือหุ้นใหญ่ไม่น้อยกว่า 60% แบ่งเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ถือหุ้น 30% เอกชนไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารการเดินรถถือหุ้น 30% และที่เหลือ 40% ถือหุ้นโดยรัฐวิสาหกิจจีน

สำหรับแผนบริหารการเดินรถเบื้องต้นจะกำหนดการบริหารเดินรถเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ในช่วง 3 ปีแรก จีนจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการเดินรถ ส่วนช่วงปีที่ 4-7 ฝ่ายไทยและจีนจะร่วมบริหารการเดินรถ และตั้งแต่ปีที่ 8 เป็นต้นไป ฝ่ายจีนจะโอนอำนาจการบริหารการเดินรถมาให้ฝ่ายไทยรับผิดชอบทั้งหมด โดยจีนจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา แต่ในระหว่างที่ฝ่ายไทยยังไม่ได้เข้ามาบริหารการเดินรถ ฝ่ายจีนจะอบรมและถ่ายโอนระบบเทคโนโลยีให้กับบุคลากรฝ่ายไทย

“การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนการเดินรถสัดส่วนหุ้นที่ชัดเจนน่าจะได้ข้อสรุปในการประชุมคณะกรรมการครั้งหน้า ที่คาดว่าจะมีการนัดประชุมที่คุนหมิง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 6-8 พ.ค.นี้ น่าจะได้ข้อสรุปและเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป เพื่อให้การดำเนินการได้ทันภายในเดือน ต.ค. 2558 เนื่องจากการจัดหาขบวนรถต่างๆ ต้องใช้เวลาเตรียมการ” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

พล.อ.อ.ประจิน ระบุว่า ในส่วนการลงทุนงานโยธาที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายไทยนั้น ขณะนี้กระทรวงคมนาคมมีบัญชีรายชื่อบริษัทรับเหมาที่มีศักยภาพดำเนินการโครงการนี้ประมาณ 12-15 ราย พร้อมทั้งจะพิจารณาจัดหาผู้รับเหมาไทยที่มีศักยภาพในการผลิตชิ้นส่วนรถไฟฟ้าต่างๆ เข้ามาร่วมโครงการ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม กล่าวว่า กรอบวงเงินลงทุนงานโยธาโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-มาบตาพุด และเส้นทางแก่งคอย-นครราชสีมา-หนองคาย อยู่ที่ 3.28 แสนล้านบาท โดยอ้างอิงผลการศึกษาโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เมื่อปี 2555

“รัฐบาลไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบกู้เงินจากในประเทศทั้งหมด เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการกู้เงินจะทยอยกู้ 3 งวด เริ่มตั้งแต่ปี 2559 วงเงิน 6.56 หมื่นล้านบาท ปี 2560 วงเงิน 1.31 แสนล้านบาท และปี 2561 วงเงิน 1.31 แสนล้านบาท โดยแหล่งเงินจะมาจาก 3 แหล่ง คือ เงินกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ การจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และออกพันธบัตรระดมทุน ขณะที่การลงทุนดังกล่าวจะ
ไม่ทำให้ภาระการชำระหนี้สูงเกิน 10% ของงบประมาณรายปี และทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มขึ้น 0.50% ต่อปี 1.40% ต่อปี และ 2.2% ต่อปี ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ