
การปรับตัวของ SMEs รับเปิดเสรีการค้า (1)
พื้นที่ภาคใต้ของไทยซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย นับเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการค้าขายระหว่างไทยกับมาเลเซียซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการค้าชายแดนครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นราธิวาส ยะลา และสตูล จากด่านการค้ารวม 9 แห่ง ในปี 2557 มีมูลค่าการค้าขายรวม 7.79 หมื่นล้านบาท
พื้นที่ภาคใต้ของไทยซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย นับเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการค้าขายระหว่างไทยกับมาเลเซียซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการค้าชายแดนครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นราธิวาส ยะลา และสตูล จากด่านการค้ารวม 9 แห่ง ในปี 2557 มีมูลค่าการค้าขายรวม 7.79 หมื่นล้านบาท
ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกสินค้าของเอสเอ็มอีไทยไปมาเลเซียมูลค่า 3.59 หมื่นล้านบาท โดยสงขลาเป็นพื้นที่มีความสำคัญด้วยมูลค่าการค้าขายสูงสุดและเป็นที่ตั้งของด่านศุลกากรหลัก คือ ด่านสะเดาและปาดังเบซาร์
และจากการที่ปลายปี 2558 จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปแบบ รวมถึงการเปิดเสรีทางการค้าจากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจต่างๆ ที่ไทยเป็นสมาชิก จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่รวมถึงหน่วยงานรัฐและเอกชนต้องเตรียมรับกับโอกาสและอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นนี้
ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ศึกษาศักยภาพในการปรับตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการค้า กรณีศึกษา : จังหวัดสงขลา โดยสำรวจและสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มตัวอย่างพื้นที่อ.เมืองสงขลา หาดใหญ่ และสะเดา กว่า 300 คน ครอบคลุม 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจบริการ ธุรกิจอุตสาหกรรม ธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภค ซึ่งดำเนินการช่วงปลายปี 2557
จากการศึกษารายกลุ่มธุรกิจ พบว่า ธุรกิจบริการ เป็นการบริการที่มีผู้มาปรึกษามากที่สุด รองลงมาคือ การจัดเก็บและจัดส่งสินค้า และบริการเสริมสร้างสุขภาพ สปาและสังคม ตามลำดับ
ธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นธุรกิจสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมากที่สุด รองลงมา คือ ผลิตภัณฑ์จากแร่ อโลหะ ผลิตภัณฑ์จากยางและผลิตภัณฑ์พลาสติก ตามลำดับ
ธุรกิจบริโภค-อุปโภค เป็นเครื่องใช้ส่วนตัวและเครื่องใช้ในครัวเรือนมากที่สุด รองลงมา คือ ธุรกิจอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตและการจัดจำหน่ายสินค้า ตามลำดับ
ทั้งนี้ มีรูปแบบเป็นการประกอบธุรกิจเจ้าของคนเดียว จดทะเบียนพาณิชย์มากที่สุด คิดเป็น 70% มีทุนจดทะเบียนต่ำกว่า 5 หมื่นบาท คิดเป็น 80.4% และ 33.3% ดำเนินกิจการกว่า 10 ปี
ส่วนตอนต่อไปจะนำเสนอผลการสำรวจด้านทัศนะที่มีต่อศักยภาพในการปรับตัวในภาพรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี







