posttoday
อยู่สบายๆ แบบไม่ง้อเงินสด

อยู่สบายๆ แบบไม่ง้อเงินสด

11 มีนาคม 2558

โดย...ศาสตรา มังกรอัศวกุล

โดย...ศาสตรา มังกรอัศวกุล

แนวโน้มคนไทยหันมาทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัลมีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกเพราะในต่างประเทศมีงานวิจัยที่น่าสนใจว่าปัจจุบันลูกค้าให้ความสำคัญน้อยลงกับการที่ธนาคารต้องมีสาขา และลูกค้ามีแนวโน้มใช้ช่องทางดิจิทัลหรืออิเล็กทรอนิกส์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีอายุยิ่งน้อย ยิ่งชอบใช้ช่องทางดิจิทัล และไปสาขาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะสะดวกและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของตัวเองที่อยากเอาเวลาไปทำอย่างอื่นมากกว่าต้องเสียเวลาเดินทางและมานั่งรอที่สาขา

เทรนด์นี้มาแรงจนบริษัท Apple ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยอดฮิตถึงขั้นต้องออกฟีเจอร์ใหม่คือ Apple Pay ที่มีความสะดวกเพียงใช้สมาร์ทโฟนในการชำระเงินแทนบัตรเครดิต และมีความปลอดภัยสูงเพราะใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือในการตรวจสอบตัวตนที่แท้จริง

จริงๆ แล้วการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล ไม่เพียงแต่ทำให้สะดวกในการทำธุรกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความปลอดภัยคือเราไม่จำเป็นต้องถือเงินสดจำนวนมาก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือโจรกรรม รวมถึงเราสามารถนำเงินสดไปลงทุนเพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่ดีกว่าการถือเงินสดไว้ด้วย ซึ่งเรามีแนวทางในการจัดการเงินง่ายๆ แบบไม่ง้อเงินสดดังนี้

l มีเงินสดไว้แค่พอใช้เพียง 2 สัปดาห์ ในเชิงการลงทุน การถือเงินสดถือว่าไม่ก่อให้เกิดรายได้อะไร แถมยังมีความเสี่ยงในการถือเงินอีกด้วย แต่การมีเงินสดไว้บ้างก็มีความจำเป็น เพราะกิจกรรมบางอย่างก็จำเป็นต้องใช้เงินสด เช่นค่าโดยสารรถประจำทาง หรือค่าอาหารร้านค้าทั่วไปที่ไม่รับบัตรเครดิต โดยเราควรคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้เงินสดล่วงหน้าใน 2 สัปดาห์ และกดเงินสดมาสำรองไว้เพียงเท่านั้น และเมื่อครบ 2 สัปดาห์เงินสดยังเหลือ เราก็กดเพิ่มแค่ให้พอใช้อีก 2 สัปดาห์ถัดไป

l  เงินที่เหลือเอาไปลงทุน หลังจากหักเงินสดไว้ 2 สัปดาห์แล้ว เงินที่เหลือเราควรนำไปลงทุน โดยกันเงินประมาณ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน ไปลงทุนในกองทุนตลาดเงิน ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและได้ผลตอบแทนสูงกว่าออมทรัพย์มาก แถมสภาพคล่องต่างจากออมทรัพย์เพียงแค่วันเดียว คือขายวันนี้ได้เงินพรุ่งนี้ และที่เหลือนอกจากนั้นก็สุดแล้วแต่ว่าเราจะไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ที่สร้างผลตอบแทนตามความเสี่ยงที่เรารับได้

l ใช้บัตรเครดิตให้เป็นประโยชน์ บัตรเครดิตจริงๆ แล้วมีประโยชน์เพราะเราสามารถนำเงินในอนาคตมาใช้ได้ หากเราชำระค่างวดตรงเวลาก็ไม่เกิดดอกเบี้ย และบางทีมีโปรโมชั่นหรือสามารถนำ Point ไปแลกสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้อีก แต่ขอย้ำว่าต้องชำระค่างวดทั้งหมดให้ตรงเวลา ไม่งั้นถ้าเกิดดอกเบี้ยก็ไม่คุ้ม

ในปัจจุบันแต่ละธนาคารมีการออกบัตรเครดิตที่ใช้เทคโนโลยี NFC คือเพียงแค่ใช้บัตรสัมผัสเครื่องอ่านบัตรก็สามารถชำระเงินได้ ทำให้เราสะดวกและปลอดภัยเพราะไม่ต้องส่งบัตรให้พนักงานขาย ซึ่งมีความเสี่ยงในการคัดลอกบัตร อีกทั้งยังสามารถกำหนดวงเงินได้เอง เช่น กำหนดให้รูดต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท และการรูดแต่ละครั้งก็ได้ไม่เกิน 1,500 บาท หากเกินค่านั้นก็ต้องเซ็นชื่อเพื่อแสดงตัวตนเหมือนบัตรทั่วไป การมีบัตรเครดิตประเภทนี้ก็จะทำให้ใช้ชีวิตได้สะดวกและสบายใจมากขึ้น แถมร้านค้าบางร้านร่วมรายการโปรโมชั่นก็ได้ส่วนลดค่าสินค้าอีกต่างหาก

l ถาม โอน จ่าย ผ่าน โมบายแอพปัจจุบันแต่ละธนาคารก็ออกแอพพลิเคชั่นสำหรับทำธุรกรรม ซึ่งมีความปลอดภัยสูงเพราะต้องทำจากมือถือที่ผูกกับบัญชีของธนาคารเท่านั้น ซึ่งก็มีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริการเช็กยอดบัญชีหรือบัตรต่างๆ การบันทึกรายการย้อนหลังหรือการตั้งเมนูใช้ประจำเพื่อประหยัดเวลา

อีกทั้งยังแก้ปัญหาที่เมื่อก่อนหลายๆ คนกังวลคือมี e-slip ให้เป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมและบันทึกลงไปเป็นรูปภาพให้เราอัตโนมัติ มีรายละเอียดของรายการชัดเจน ทำให้เราอุ่นใจและสามารถใช้ Slip ดังกล่าวส่งให้ผู้ที่เราโอนเงินไปให้ได้อย่างสะดวกสบาย แต่การทำธุรกรรมต่างๆ ก็ควรพิจารณาค่าธรรมเนียมที่อาจเกิดขึ้นด้วย ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการเสียเวลาที่ต้องไปทำที่สาขาหรือตามร้านค้าต่างๆ ก็นับว่าคุ้มค่าทีเดียว

จะเห็นได้ว่าเราสามารถจัดการเรื่องธุรกรรมการเงิน ซึ่งเมื่อก่อนเป็นเรื่องยุ่งยากและเสียเวลา ให้ง่ายและไม่ต้องถือเงินสดไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อนำเงินดังกล่าวไปลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดดีกว่า

ในเมื่อเราเข้าสู่สังคมดิจิทัลเราก็ควรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆ ให้เราใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ