posttoday
อาเบะกับโกโบริ และอังศุมาลิน (ภาคต้น)

อาเบะกับโกโบริ และอังศุมาลิน (ภาคต้น)

10 มีนาคม 2558

โดย...ศุภจักร เอิบประสาทสุข

โดย...ศุภจักร เอิบประสาทสุข

หากใครยังจำกันได้ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วในประเทศญี่ปุ่น เศรษฐกิจกำลังดำเนินไปได้สวยและปราศจากแรงกดดันทางการเมืองใดๆ นั้น อยู่ดีๆ นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำพรรค LDP ก็ประกาศยุบสภา...ซะงั้น

แรงจูงใจในขณะนั้นของนายอาเบะคืออะไร? แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางคำเตือนและทักท้วงของที่ปรึกษาของเขาหลายๆ คน แต่สุดท้ายก็ยังตัดสินใจยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ คำถามที่สำคัญที่สุดที่นักสังเกตการณ์หลายคน รวมทั้งตัวผมเองด้วย ก็คือ “ทำไม?” ผมคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ข้อหนึ่งที่อาจพลิกโฉมญี่ปุ่นบนเวทีโลกอีกครั้ง  และอาจเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองเลยทีเดียว

ก่อนอื่นต้องขอเรียนว่าสำหรับนายอาเบะในฐานะผู้นำรัฐบาลและผู้นำพรรค LDP ปี 2015 นี้ จะถือว่าเป็น “ปีทอง” เพราะในการเลือกตั้ง “สภาล่าง” ที่เพิ่งผ่านไปได้ เน้นย้ำถึง “ทุนทางการเมือง” ของพรรคที่เมื่อรวมกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง โคเมโตะ (KMT) แล้วถือครองเสียงเกิน 2 ใน 3 ของสภา ซึ่งได้สร้างสภาวะ Supermajority Vote ใน “สภาล่าง” ให้กับเขาทันทีในปัจจุบัน ในขณะที่การเลือกตั้ง “สภาบน” หรือ “Sangiin” จะมีการเลือกตั้งครึ่งหนึ่ง คือ 121 ที่จากทั้งหมด 242 ที่นั่งในช่วงกลางปีหน้า (2016)

แม้ว่าปัจจุบันใน “สภาบน” พรรคร่วมรัฐบาล คือ LDP และ KMT จะมีเสียงข้างมาก หรือ Majority คือ 134 ที่นั่งจาก 242 ที่นั่งแล้ว แต่นายอาเบะยังต้องการอีก 30 ที่นั่ง เพื่อจะเป็น Supermajority ได้ เท่ากับว่าการเลือกตั้งครั้งหน้านายอาเบะและพรรคพวกจะต้องได้ถึง 86 ที่นั่ง จาก 121 ที่นั่ง ถามว่าเป็นไปได้แค่ไหน? ถ้าเรากลับไปดูการเลือกตั้งปี 2010 และ 2013 ที่ผ่านมา พรรคร่วมรัฐบาลยึดที่นั่งใน “Sangiin” ได้จากเดิม 58 ที่นั่งและเป็น 76 ที่นั่ง ตามลำดับ ดังนั้น ถ้ายังรักษาโมเมนตัมทางการเมืองในระดับสูงไปจนถึงปีหน้าได้ ก็เป็นไปได้ที่เป้าหมายการยึดครอง Supermajority Vote ทั้ง “สภาบน” และ “สภาล่าง” ของนายอาเบะจะเกิดขึ้นจริง

แล้วนายอาเบะจะรักษา “โมเมนตัมทางการเมือง” แบบนี้ไว้ได้อย่างไร? แน่นอนครับคงหนีไม่พ้นเรื่องเงินๆ ทองๆ ในปีนี้เราน่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในรูปแบบต่างๆ ในลักษณะ Market-friendly มากขึ้น เพื่อสร้างความสุขให้ประชาชน โดยหวังผลตอบแทนคือแรงสนับสนุนพรรคตนเป็นทุนทางการเมืองต่อไป

นอกจากนโยบายทางเศรษฐกิจแล้ว มีความเป็นไปได้สูงที่นโยบายที่เป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมืองมากๆ จะถูกอาศัยจังหวะนำมา “ปัดฝุ่น” ในปี 2015 นี้ ผมสนใจอยู่สองประเด็น คือ ประเด็นที่หนึ่ง การกลับมาเปิดใช้โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง หลังจากปิดตัวลงไปจากเหตุการณ์สึนามิในปี 2011 ซึ่งความเป็นไปได้ของนโยบายดังกล่าวเริ่มลดลงไป หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงมากในปีที่ผ่านมา ทำให้ภาระการนำเข้าพลังงานของประเทศญี่ปุ่นที่ปราศจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ลดลงไปตามๆ กันด้วย

ส่วนประเด็นที่สอง (ที่จะเกี่ยวข้องกับโกโบริ) ผมว่าน่าสนใจและน่าติดตามกว่าประเด็นแรกเยอะเลยครับ ขอเก็บไว้ต่อคราวหน้านะครับ (อังคารที่ 7 เม.ย.)

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน