
เอเซียพลัสขยายพอร์ตลงทุนเพิ่มกำไร
ASP เล็งลงทุนหุ้นใน-นอกตลาดเพิ่ม ทั้งไทยและตปท. หวังผลตอบแทนสูงขึ้น
ASP เล็งลงทุนหุ้นใน-นอกตลาดเพิ่ม ทั้งไทยและตปท. หวังผลตอบแทนสูงขึ้น
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะนำเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาอนุมัติขยายวงเงินที่ใช้สำหรับพอร์ตลงทุนเพิ่มจากปัจจุบันที่ 2,000 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้สรุปวงเงินและกำหนดกรอบเวลาไว้ชัดเจน ทั้งนี้จะนำไปใช้ลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนทั้งในหุ้นที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีการศึกษาหลายดีล ปัจจุบันพอร์ตลงทุนทั้งในหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์ และอื่นๆ
สำหรับการขยายพอร์ตลงทุนเพื่อให้สอดคล้องนโยบายในระยะยาว หลังปรับโครงสร้างเป็นโฮลดิ้งซึ่งต้องการกระจายโครงสร้างแหล่งของรายได้จาก 4 ธุรกิจให้มีสัดสัดส่วนใกล้เคียงกันประมาณ 25-30% จากปี 2557 ที่สัดส่วนรายได้จากธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 56% พอร์ตลงทุนประมาณ 18% บริหารจัดการสินทรัพย์ประมาณ 12% และวาณิชธนกิจประมาณ 14%
“การมีแหล่งรายได้จาก 4 ขาหลักเท่าๆ กัน ทำให้ในอนาคตธุรกิจจะยืนได้แข็งแรง มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะพอร์ตลงทุนที่ต้องขอบอร์ดขยายวงเงินเพิ่มแต่ขอรอให้ได้ดีลก่อน ซึ่งเป็นนโยบายระยะยาวแต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาไว้ชัดเจนเพราะจะทำไปเรื่อยๆ ส่วนการปรับบริษัทเป็นโฮลดิ้งน่าจะเสร็จในเดือน พ.ค.นี้ ส่วนนโยบายการมีพันธมิตรต่างประเทศเปิดกว้างไม่จำกัดตัวเองว่าต้องผูกกับใคร จะดูเป็นเรื่องๆ ว่าใครช่วยสร้างประโยชน์ในเรื่องใด” นายก้องเกียรติ กล่าว
ด้านผลการดำเนินงานปี 2558 บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโตประมาณ 15% จากปี 2557 ที่มีรายได้ประมาณ 2,672 ล้านบาท บนสมมติฐานที่มูลค่าเฉลี่ยซื้อขายในตลาดหุ้นยังดีใกล้เคียงกับปัจจุบัน ขณะที่การระดมทุนผ่านทั้งตลาดแรกและตลาดรองยังเติบโตดี ขณะที่พอร์ตลงทุนของบริษัทน่าจะยังให้ผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะการลงทุนในยุโรป ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนสูงสุดในพอร์ต รวมถึงตลาดหุ้นญี่ปุ่นและจะให้ผลตอบแทนที่ดีจากนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)
ขณะที่ธุรกิจวาณิชธนกิจปัจจุบันมีงานในมือเพิ่มขึ้นอยู่จำนวน 32 ดีล แบ่งเป็นงานที่ปรึกษาทางการเงินเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 18 ดีล ซึ่งมูลค่าดีลมีแนวโน้มขนาดเล็กลงซึ่งจะทยอยไอพีโอใน 2-3 ปี และที่ปรึกษาการเงินอื่นๆ อีก 14 ดีล อาทิ การเพิ่มทุน การออกหุ้นกู้ ขณะที่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีแนวโน้มให้ความสนใจออกหุ้นกู้ รวมถึงตราสารหนี้ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นมีขนาดระดมทุนใหญ่ขึ้น เพื่อล็อกต้นทุนทางการเงินจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับขึ้น
ทั้งนี้ ภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์แม้มีแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น แต่ไม่มีความกังวลถึงผลกระทบกับบริษัท เนื่องจากกลุ่มโบรกเกอร์ใหม่ที่เข้าใช้กลยุทธ์การลดราคาเข้ามาแข่งขัน ซึ่งมองว่าไม่ใช่คู่แข่งบริษัท เพราะมีฐานลูกค้าต่างกัน ซึ่งบริษัทจะไม่ใช้กลยุทธ์การลดราคาเข้าแข่งขัน แต่จะเน้นบริการด้านการเงินที่มีคุณภาพและครบวงจรให้กับลูกค้า อาทิ หน่วยงานวิจัยที่มีทีมงานมากกว่า 30 คนใหญ่ที่สุดในประเทศ ครอบคลุมหุ้นจำนวน 200 บริษัท หรือมีสัดส่วนประมาณ 90% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด อีกทั้งมีบริการให้ลูกค้าลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศขนาดใหญ่ทั่วโลกได้ 22 ประเทศ เพื่อรักษาอัตราค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยให้สูงกว่าอุตสาหกรรม ในปี 2557 บริษัทอยู่ที่ประมาณ 0.18% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่ 0.14% เพื่อรักษาอัตรากำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ระดับ 30%







