
‘บริการตามใจเขา’ เคล็ดลับรับท่องเที่ยวบูมญี่ปุ่น
หลังรัฐบาลปรับกฎระเบียบการขอวีซ่าให้ผ่อนคลายความเข้มงวดมากขึ้น บวกกับนโยบายทางการเงินที่ส่งผลให้ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงค่อนข้างมาก
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
หลังรัฐบาลปรับกฎระเบียบการขอวีซ่าให้ผ่อนคลายความเข้มงวดมากขึ้น บวกกับนโยบายทางการเงินที่ส่งผลให้ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงค่อนข้างมาก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นก็อยู่ในภาวะ “บูม” หรือได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเห็นได้ชัด
สถานการณ์ที่เปรียบเสมือนโอกาสนี้ ทำให้บรรดาหนุ่มสาวแดนปลาดิบรุ่นใหม่ผันตัวเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ดาหน้าหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมเยียนญี่ปุ่นอย่างไม่ขาดสาย
ทั้งนี้ เมื่อเอ่ยถึงการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น หนึ่งในความโดดเด่นที่ได้รับการพูดถึงอยู่เสมอก็คือการบริการในแบบวิถีของญี่ปุ่นที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งบางครั้งความไม่เหมือนใครดังกล่าวก็นำพาความกระอักกระอ่วนให้กับนักท่องเที่ยวบางเชื้อชาติไม่น้อย
“เราไม่ควรที่จะฝืนดันทุรังตามวิถีอาทิตย์อุทัยไปเสียหมด ในการต้อนรับขับสู้นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เคนทาโร สุดะ ประธาน บริษัท ฟรีพลัส ตัวแทนท่องเที่ยวในโอซากาสำหรับผู้มาเยือนต่างแดน วัย 30 ปี กล่าว
สุดะ ยกตัวอย่างกรณีการเที่ยวบ่อน้ำพุร้อน หรือออนเซ็นญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวชาวไทยมักขัดเขินที่จะต้องเปลื้องผ้าต่อหน้าผู้อื่น ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามไม่ปลื้มอาหารยอดนิยมของญี่ปุ่นอย่างเทมปุระแม้แต่น้อย
ประธานบริษัท ฟรีพลัส ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของญี่ปุ่นที่มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ตระหนักดีว่า การเป็นนักท่องเที่ยวในต่างแดนไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อย และการได้รับการบริการจากตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวที่เข้าใจพื้นเพภูมิหลังวัฒนธรรมของตนนั้นเป็นเรื่องที่รู้สึกดีเพียงใด
ดังนั้น สุดะ ลูกครึ่งญี่ปุ่น-มาเลเซีย เชื้อสายจีน จึงเปิดบริษัทท่องเที่ยวที่ให้บริการลูกทัวร์ โดยอิงกับวัฒนธรรมของประเทศที่นักท่องเที่ยวเหล่านั้นจากมาเป็นหลัก ซึ่งบริการในลักษณะนี้ครอบคลุมถึงการจัดโปรแกรมเที่ยวให้สอดคล้องเหมาะสมกับภูมิหลังของคนชาตินั้นๆ ด้วย เช่น ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยก็ต้องมีโปรแกรมพาเยือนวัดด้วย
รายงานจากองค์กรการท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเปิดบ้านต้อนรับชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนราว 13.41 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 29.4% โดยขณะที่นักท่องเที่ยวจากไต้หวัน เกาหลีใต้ และจีน ยังคงคิดเป็นสัดส่วนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ แต่สัดส่วนของนักท่องเที่ยวจากชาติอื่นๆ โดยเฉพาะ ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม ก็กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การก้าวเข้ามาของนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้นิยามของ “บริการตามใจเขา” หรือบริการที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวชาตินั้นๆ ครอบคลุมถึงการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน
ฮิเดโนริ ยามาดะ ประธานบริษัท คันไซ เครือโรงแรมที่พักราคาไม่แพง (โฮสเทล) หลายแห่งในย่านนิชินาริ จังหวัดโอซากา วัย 38 ปี ซึ่งตัดสินใจแบกเป้เดินทางไปต่างประเทศหลังจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ แสดงความเห็นว่า สิ่งที่ญี่ปุ่นควรจะปรับเพิ่มก็คือจำนวนโฮสเทลราคาย่อมเยา ก่อนระบุว่า การเดินทางที่มีงบจำกัดทำให้ยามาดะมีแนวคิดทำกิจการโรงแรมราคาถูก โดยได้ปรับที่พักแรมชั่วคราวสำหรับกรรมกรใหม่ ด้วยการใส่ระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย และห้องครัวที่ตอบโจทย์นักมังสวิรัติและชาวมุสลิมเข้าไป และคิดราคาเริ่มต้นที่คืนละ 2,000 เยน (ราว 540 บาท)
นอกจากนี้ ยามาดะยังได้ร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นให้บริการรถบัสไปกลับเมืองคาชิฮารา เพื่อเยือนวัดชินโตเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1889 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง
ด้าน โยชิอากิ ทัตสุมิ ประธานไรท์เฮาส์ วัย 52 ปี ผู้บริหารเครือร้านอาหารมัตสึซาคากิว ยากินิคุ เอ็ม ร้านอาหารยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมรางวัลการันตีจากเว็บไซต์ท่องเที่ยวระดับโลกอย่างทริปแอดไวเซอร์ ระบุว่า ความสำเร็จส่วนใหญ่เกิดจากการบริการที่โดนใจชาวต่างชาติล้วนๆ
ทั้งนี้ พนักงานของร้านแห่งนี้ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ และไม่เพียงแต่ช่วยลูกค้าต่างชาติสั่งอาหารเท่านั้น แต่ยังบริการครอบคลุมถึงการไปรับ-ส่งจากที่พัก จัดการ
นัดหมายจองที่นั่งสำหรับบาร์ หรือแม้แต่พาเที่ยวชมเมืองในวันถัดไป
“เราให้บริการเหมือนกับที่ผมได้รับและมีความสุขขณะไปต่างประเทศ” ทัตสุมิ สรุป
นิยามบริการตามใจเขา
เข้าใจความชอบ-ไม่ชอบของแต่ละชาติ
เน้นความสบายใจและสะดวกใจเป็นหลัก
ตอบทุกโจทย์ความต้องการ เช่น ราคา โปรแกรมเที่ยว
ยินดีช่วยจัดการข้อติดขัดนักท่องเที่ยว







