posttoday
ลดเหลื่อมล้ำ : ความเป็นจริงกับหลักการ

ลดเหลื่อมล้ำ : ความเป็นจริงกับหลักการ

09 มีนาคม 2558

สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องภาษี กลายเป็นประเด็นร้อนแรงตามหน้าสื่ออีกครั้ง หลังรัฐบาลมีแนวคิดที่จะออกกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อปรับโครงสร้างภาษีเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบัน ให้สนองนโยบายการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้นำเสนอแนวคิดเรื่องภาษีมรดก เพื่อเป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำมาแล้ว 


สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องภาษี กลายเป็นประเด็นร้อนแรงตามหน้าสื่ออีกครั้ง หลังรัฐบาลมีแนวคิดที่จะออกกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อปรับโครงสร้างภาษีเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบัน ให้สนองนโยบายการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้นำเสนอแนวคิดเรื่องภาษีมรดก เพื่อเป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำมาแล้ว 

แต่ประเด็นเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กับภาษีมรดกนั้น ก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองที่แตกต่างกันค่ะ ในส่วนของภาษีมรดกนั้น กระแสตอบรับที่ออกมาค่อนข้างจะเป็นบวกอยู่ไม่น้อย ขณะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ผลสะท้อนที่ได้ กลับเป็นในเชิงสร้างความกังวลให้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในหมู่คนชั้นกลาง ที่มีภาระเสียภาษีอยู่แล้วและกำลังผ่อนที่อยู่อาศัยค่ะ ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความ
แตกต่าง ระหว่างหลักการ และความเป็นจริง ในการนำนโยบายไปปฏิบัติค่ะ

หากพูดถึงการลดความเหลื่อมล้ำนั้น โดยหลักการที่ทุกคนรับรู้ตรงกันนั้น คือ การที่รัฐออกนโยบายในลักษณะที่ดึงความมั่งคั่งส่วนหนึ่งมาจากคนรวย และรัฐเอามากระจายลงสู่คนยากจน เพื่อให้คนกลุ่มนี้หลุดพ้นความยากจน หรืออย่างน้อยก็จนน้อยลงค่ะ ซึ่งในกรณีของภาษีมรดกนั้น รัฐมีเกณฑ์ที่ชัดเจนในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและคนส่วนใหญ่ก็เห็นตรงกันว่าภาษีตัวนี้ไปแตะกลุ่มคนรวยชัดเจนค่ะ ผลตอบรับกับภาษีตัวนี้จึงออกมาค่อนข้างดี

ขณะที่ตัวภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น โดยหลักการแม้ว่าจะเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่หลายคนก็มีคำถามค่ะว่าเอาเข้าจริงจะลดได้หรือไม่ เพราะในทางปฏิบัตินั้น การมีบ้านมูลค่า 3 ล้านบาทนั้น คงไม่สามารถใช้เป็นนิยามบ่งบอกความร่ำรวยได้ในทางปฏิบัติค่ะ เพราะบ้านราคาแค่ 3 ล้านบาทนั้น สามีภรรยาที่มีเงินเดือน 2 หมื่นบาท ก็สามารถไปขอกู้แบงก์มาผ่อนได้แล้วค่ะ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว รายได้ระดับนั้นถือเป็นรายได้ของคนชั้นกลางระดับล่างด้วยซ้ำค่ะ

นอกจากเกณฑ์การนิยามคนรวยของรัฐ ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงแล้ว ดิฉันมองว่าหลายคนคงมีคำถามว่า แล้วภาษีตัวนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้เช่นไร เพราะนอกจากการเก็บภาษีแล้วผู้เสียภาษีไม่เห็นภาพว่าเงินตรงนี้ถูกนำไปใช้ลดความเหลื่อมล้ำเช่นไรค่ะ ความไม่ชัดเจนในเรื่องขั้นตอนการลดความเหลื่อมล้ำจากเงินภาษีตัวนี้ ทำให้ผู้คนไม่รู้สึกเต็มใจหรือสบายใจ ที่ต้องรับภาระภาษีตัวนี้ค่ะ ซึ่งหากว่ารัฐสามารถสร้างความชัดเจน ถึงผลลัพธ์ในการลดความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนของภาษีตัวนี้ ดิฉันเชื่อว่าคนก็จะมีแรงจูงใจและเต็มใจ ที่จะเสียภาษีตัวนี้มากขึ้นค่ะ

ยกตัวอย่างเรื่องการขายลอตเตอรี่หรือ lotto ในต่างประเทศค่ะ จริงอยู่ว่าโดยสามัญสำนึกของคนทั่วไป ย่อมรู้ดีว่านี่เป็นการพนันที่ถูกกฎหมายค่ะ แต่ว่าคนจำนวนมากก็เต็มใจจะซื้อ เพราะรัฐบาลระบุชัดเจนว่า ค่า lotto 20% นำไปช่วยด้านการศึกษา การระบุทางไปของเงินที่ชัดเจน ว่าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำยังไง กรณีนี้ทำให้การขาย lotto ไม่ถูกต่อต้านและตั้งคำถามจากสังคมมาก

ฉะนั้นมาตรการใดๆ ที่รัฐต้องการออกเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ รัฐต้องชัดเจนเรื่องเกณฑ์บังคับใช้ตรงกลุ่มและเห็นภาพชัดว่าลดเหลื่อมล้ำได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย