
แบงก์-เอเอ็มซี อ่วมภาษีบ้าน รอดูผลกระทบ
“เอเอ็มซี” แบกรับภาษีบ้านอ่วม หากรัฐเก็บภาษีบ้านอยู่อาศัย
“เอเอ็มซี” แบกรับภาษีบ้านอ่วม หากรัฐเก็บภาษีบ้านอยู่อาศัย
นายสมพร มูลศรีแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บสก.ได้มีการจัดตั้งทีมงานเพื่อศึกษาผลกระทบที่ธุรกิจผู้ประกอบการบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) จะได้รับจากการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่มากน้อยแค่ไหน เพราะจะมีการเก็บภาษีบ้านอยู่อาศัย และเก็บภาษีที่ดินว่างเปล่าให้มากขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการบริหารสินทรัพย์ที่มีพอร์ตสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) จำนวนมาก เบื้องต้นแล้วผู้ประกอบการเอเอ็มซีในฐานะผู้ครอบครองสินทรัพย์จะต้องเสียภาษีด้วย ทำให้ต้นทุนการดำเนินการขายปรับสูงขึ้น
ดังนั้น ได้สั่งการให้มีการคัดพอร์ตสินทรัพย์แยกเป็นประเภทออกมา เพื่อจะสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายภาษีที่จะต้องจ่ายว่ามากน้อยแค่ไหน เช่น ถ้าเก็บภาษีบ้านตั้งแต่ 2-3 ล้านบาท จะมีจำนวนเท่าไร และ บสก.จะต้องรับภาระการจ่ายภาษีเท่าใด แต่ในเบื้องต้นคงจะเสียภาษีในอัตราที่ไม่มากนัก และในช่วงแรกก็คงยังไม่สามารถที่จะผลักภาระต้นทุนภาษีเข้าไปในราคาสินทรัพย์ที่จะขายได้ ขณะเดียวจะต้องเร่งขายสินทรัพย์ให้เร็วขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ภาษีและค่าบำรุงรักษา เป็นต้น
นายสมพร กล่าวว่า ปัจจุบัน บสก.มีสินทรัพย์รอการขายประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นที่ดินเปล่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจนว่าส่วนใหญ่ทรัพย์สินมีมูลค่าสูงตามที่รัฐบาลกำหนดจะให้เสียภาษี
หรือไม่
ปัจจุบันระบบธนาคารพาณิชย์มีการถือครองสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) ประมาณ 1 แสนล้านบาท ส่วนกลุ่มบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) มีการถือครองเอ็นพีเอประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ประมูลซื้อหรือรับจ้างธนาคารพาณิชย์บริหารให้
ด้านการประมูลซื้อสินทรัพย์จากกรมบังคับคดีนั้น อยู่ระหว่างการรอการประกาศใช้กฎหมายการยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียมส่วนกลางที่ค้างกับผู้ซื้อคอนโดมิเนียมจากกรมบังคับคดี ซึ่งจะทำให้ลดภาระกับผู้ประมูลซื้อสินทรัพย์จากกรมบังคับคดี และทำให้คอนโดมิเนียมที่ค้างอยู่กรมบังคับคดีสามารถที่จะระบายออกได้เร็วขึ้น โดยนำสินทรัพย์กลับมาใช้ประโยชน์
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมจะหารือถึงผลกระทบจากกฎหมายนี้เช่นเดียวกัน เพราะธนาคารมีทรัพย์สินหลายประเภท การปล่อยสินเชื่อบ้าน จะมีการจดจำนองธนาคารเป็นเจ้าของทรัพย์ แต่ลูกหนี้เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ ผู้ที่เสียภาษีจะเป็นลูกหนี้ที่อยู่อาศัยหรือทำประโยชน์บนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ ธนาคารยึดทรัพย์ชำระหนี้ ดำเนินคดีและขายทอดตลาด แต่ในระหว่างที่รอการขายก็จะต้องศึกษาให้ชัดเจนว่า หากขายไม่ได้เร็ว ใครจะเป็นผู้รับภาระภาษี
“หากธนาคารขายทรัพย์ให้กับบริษัทเอเอ็มซีไปบริหารต่อ ทางเอเอ็มซีก็ต้องรับภาระแทน เรื่องนี้อาจจะต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่าจะยกเว้นภาษีได้หรือไม่ เพราะเป็นกระบวนการแก้ไขและปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารมีทั้งสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และเอ็นพีเอ สมาคมยังไม่เห็นร่างกฎหมายจึงไม่รู้ว่าจะมีการยกเว้นไม่เก็บภาษีในกรณีใดบ้าง” แหล่งข่าวเปิดเผย







