
รายเล็กท้าชนใหญ่ บนเวทีอสังหาฯฮ่องกง
การต่อสู้ด้านอสังหาริมทรัพย์บนโลกใบนี้เป็นไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะกับประเทศที่มีพื้นที่เล็กๆ อย่างเช่นฮ่องกง ส่งผลให้ผู้สร้างอสังหาริมทรัยพ์รายย่อยไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้เลยภายหลังจากรัฐบาลฮ่องกงสั่งห้ามไม่ให้ซื้อขายที่ดินแบบปกติ นับตั้งแต่ปี 2002 ส่งผลให้ธุรกิจหน้าใหม่ยากที่จะเข้ามาสู่วงการอสังหาริมทรัพย์แห่งเกาะฮ่องกงเข้าไปอีก จากการซื้อขายที่ดินเปลี่ยนเป็นการระบบรายชื่อประมูล ส่งผลให้ราคาที่ดินในปี 2003 แพงลิบลิ่ว จนกระทั่งถึงปี 2011 ที่รัฐบาลทนราคาบ้านที่แพงลิบไม่ไหวจนต้องปล่อยที่ดินออกมาประมูล
การต่อสู้ด้านอสังหาริมทรัพย์บนโลกใบนี้เป็นไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะกับประเทศที่มีพื้นที่เล็กๆ อย่างเช่นฮ่องกง ส่งผลให้ผู้สร้างอสังหาริมทรัยพ์รายย่อยไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้เลยภายหลังจากรัฐบาลฮ่องกงสั่งห้ามไม่ให้ซื้อขายที่ดินแบบปกติ นับตั้งแต่ปี 2002 ส่งผลให้ธุรกิจหน้าใหม่ยากที่จะเข้ามาสู่วงการอสังหาริมทรัพย์แห่งเกาะฮ่องกงเข้าไปอีก จากการซื้อขายที่ดินเปลี่ยนเป็นการระบบรายชื่อประมูล ส่งผลให้ราคาที่ดินในปี 2003 แพงลิบลิ่ว จนกระทั่งถึงปี 2011 ที่รัฐบาลทนราคาบ้านที่แพงลิบไม่ไหวจนต้องปล่อยที่ดินออกมาประมูล
และในปี 2012 เมื่อเหลียงชุนหยิงก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้บริหารเขตฮ่องกง ก็ล้างระบบแบบเดิมๆ ทิ้งและแบ่งที่ดินเป็นผืนเล็กๆ เพื่อเพิ่มปริมาณอุปทานในตลาดการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและขนาดเล็ก ก้าวเข้ามาสู่เวทีบ้านและที่ดินแห่งเกาะฮ่องกงได้เสียที จากเดิมที่ในปี 2006-2010 มีแค่ 35 ไซต์งานเท่านั้นที่สามารถขายได้ผ่านระบบเก่า และมีเพียงแค่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 13 เจ้าเท่านั้นที่ซื้อไป แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงระบบแล้ว ไซต์งานสามารถขายออกถึง 84 ไซต์ ให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 60 เจ้า
กระนั้นก็ตาม แม้ระบบจะเอื้อต่อผู้ประกอบการรายเล็กกว่าแล้ว แต่การแข่งขันก็ยังคงมีความเข้มข้นไม่ต่างจากเดิมสักเท่าไรนัก ผู้ประกอบขนาดกลางและขนาดย่อมจึงต้องหา "กลยุทธ์" ที่จะต่อกรกับบริษัทใหญ่นั่นคือการหันไปจับมือกับผู้ประกอบการจากจีนแผ่นดินใหญ่ผู้หิวโหย เวทีอสังหาริมทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่กำลังซบเซาต่อเนื่อง ประกอบกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ดังนั้นผู้ประกอบทั้งน้อยและใหญ่จากแดนมังกรจึงมองหาตลาดอื่นๆ ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกง รวมถึงผู้ประกอบการจากแดนมังกรต่างนิยมชมชอบผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเล็กในฮ่องกงมากกว่า
"ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเล็กจึงเปิดกว้างที่จะร่วมมือกับผู้ประกอบการจากจีน" วิกเตอร์ ไหล คิน ไฟย์ ประธานบริหารเซนทาไลน์ หน่วยงานด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง ระบุ "เป็นครั้งแรกในช่วงเวลาหลายปีมานี้ ผู้ค้ารายย่อยสามารถต่อกรกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลักได้"
ยกตัวอย่างเช่น ในเดือน ธ.ค. 2014 ที่ผ่านมา ชุนวู เดเวลลอปเมนท์ บริษัทก่อสร้างท้องถิ่น สามารถตัดหน้าผู้ประกอบการหลักได้โครงการในเขตชาติน มูลค่า 2,140 ล้านเหรียญฮ่องกง (ราว 8.93 ล้านบาท) ภายหลังจากได้แบ็กอัพจากไชนา ซิตี้ คอนสตรักชั่น เจ้าใหญ่จากแดนมังกร
ก่อนหน้านั้น ในเดือน พ.ค. 2014 เอ็มเพอเรอร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จับมือกับฮุย วิง เหมา ประธานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชีเหมา เศรษฐีจากแผ่นดินใหญ่ ร่วมกับหมิงฟา อินเตอร์เนชั่นแนล อีกบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากนานกิง คว้าโครงการสร้างที่พักอาศัยสุดหรูมาได้ในมูลค่า 2,700 ล้านเหรียญฮ่องกง
เดวิด ชุย เชียน ประธานฟาร์อีสต์คอนสตรักชั่น บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลาง เปิดเผยว่า ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแนวทางการร่วมมือกับบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่ในการได้มาซึ่งที่ดินแดนสำหรับพัฒนา "การได้มาซึ่งสัญญาสร้างมีความเป็นไปได้ เมื่อจับมือกับนักพัฒนาจากแผ่นดินใหญ่" เชียน กล่าว
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานอสังหาริมทรัพย์เซนทาไลน์ เปิดเผยว่า ในปี 2014 ที่ผ่านมา ฮ่องกงมีการซื้อขายห้องชุดมากถึง 1.6 ห้องชุดใหม่ แต่ 77% หรือ 12,798 หน่วย ขายโดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียง 5 แห่งเท่านั้น
เส้นทางเดินของผู้ประกอบการรายเล็กยังคงอีกไกล บนเวทีอสังหาริมทรัพย์แห่งเกาะฮ่องกง







