posttoday
บูมอุตฯภาพยนตร์ สร้างเอง-ดึงกองถ่ายอินเตอร์

บูมอุตฯภาพยนตร์ สร้างเอง-ดึงกองถ่ายอินเตอร์

06 มีนาคม 2558

การท่องเที่ยวไทยคือฟันเฟืองหลักอีกอย่างหนึ่งที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศไทย โดยอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่รัฐบาลสามารถวางแผนส่งเสริมแบบควบคู่กันได้อย่างไม่ผิดแฝดผิดฝามากนัก คือ อุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ เพราะการดึงกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศมาใช้สถานที่ถ่ายทำในประเทศไทย นอกจากไทยจะมีรายได้จากกองถ่ายหนังแล้ว ยังได้ผลประโยชน์ที่พ่วงมาอีก คือ ภาพลักษณ์ความเป็นไทย สถานที่ท่องเที่ยวจะถูกสอดแทรกผ่านภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ไปด้วย

การท่องเที่ยวไทยคือฟันเฟืองหลักอีกอย่างหนึ่งที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศไทย โดยอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่รัฐบาลสามารถวางแผนส่งเสริมแบบควบคู่กันได้อย่างไม่ผิดแฝดผิดฝามากนัก คือ อุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ เพราะการดึงกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศมาใช้สถานที่ถ่ายทำในประเทศไทย นอกจากไทยจะมีรายได้จากกองถ่ายหนังแล้ว ยังได้ผลประโยชน์ที่พ่วงมาอีก คือ ภาพลักษณ์ความเป็นไทย สถานที่ท่องเที่ยวจะถูกสอดแทรกผ่านภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ไปด้วย

แต่ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมดังกล่าวกลับไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งการสร้างแรงจูงใจด้านภาษีต่างๆ ให้กับกองถ่าย ทั้งที่กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภาคเอกชนได้พยายามผลักดัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ไทยเหนือคู่แข่งในอาเซียนและเอเชีย

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ชี้ว่า บุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ของไทยมีความรู้ความสามารถ การส่งเสริมและผลักดันให้ไทยเป็นแหล่งส่งออกคอนเทนต์หมวดต่างๆ ป้อนตลาดโลกทำได้อย่างไม่ยากนัก หากรัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจังเหมือนกับรัฐบาลเกาหลี ญี่ปุ่น จีน ดำเนินการมาร่วม 17 ปีที่ผ่านมา

“ไทยถือเป็นเบอร์ 1 ในอาเซียน แต่แผนต่างๆ มาสะดุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศคู่แข่งอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ ได้ส่งสัญญาณความแข็งแกร่งผ่านนโยบายอินเซนทีฟเรื่ิองภาษี ขณะที่ไทยถกแผนมายาวนานกว่า 10 ปี กลับไม่มีภาพชัด” วีระศักดิ์ กล่าว

ล่าสุดสมาพันธ์ได้เสนอแผนส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ต่อ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ (บอร์ด) สมาพันธ์ เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อผลักดันเป็นนโยบายให้ 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมเป็นเจ้าภาพดำเนินการตามแผนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำในอาเซียน และรักษาอันดับ 4 ของเอเชีย จากปัจจุบันผู้นำด้านภาพยนตร์ในอาเซียนประกอบด้วย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ตามลำดับ ขณะที่มาเลเซียเริ่มเบียดกับประเทศไทย

ทั้งนี้ ควรดึงโมเดลการสร้างภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดและจุดเด่นของการส่งเสริมของเกาหลีใต้มาปรับใช้ เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่มุ่งเฉพาะเม็ดเงินรายได้เพียงอย่างเดียว แต่มุ่งด้านจิตวิทยาความมั่นคง จิตวิทยาเศรษฐกิจ จิตวิทยาสังคมและจิตวิทยาการเมือง ผ่านแผนยุทธศาสตร์ใน 6 เรื่อง ได้แก่ 1.เครื่องมือทางการเงิน การตั้งกองทุนสร้างภาพยนตร์ผ่านระบบโซเชียลมีเดีย เพื่อระดมทุนในการสร้างภาพยนตร์ เช่น ให้คนไทยร่วมโหวตดารานักแสดงภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ด้วยตนเอง ซึ่งการสร้างหนังฮอลลีวู้ดได้ใช้วิธีดังกล่าว ในทางอ้อมจะทำให้การลงทุนสร้างภาพยนตร์ไทยมีมูลค่าสูงขึ้น จากปัจจุบันลงทุนเฉลี่ย 20-40 ล้านบาท/เรื่อง เป็น 70 ล้านบาท/เรื่ิอง

2.มาตรการด้านภาษี การลดหย่อนภาษีนำเข้าอุปกรณ์ ซึ่งปัจจุบันเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ใช้อยู่ในปัจจุบัน 3.รัฐบาลควรให้ความสำคัญด้านการวิจัยตลาดภาพยนตร์และคอนเทนต์ของไทย ถึงแนวโน้มความต้องการในแต่ละประเทศ เพื่อป้อนข้อมูลให้กับนักลงทุน 4.แผนการส่งเสริมเทคโนโลยีด้านคอนเทนต์ รองรับการตั้งกระทรวงดิจิทัล ที่รัฐบาลมีแผนก่อตั้ง 5.เครื่องมือทางศิลปะ การส่งเสริมให้เยาวชนไทยรักการเขียนบท การสร้างภาพยนตร์ เพื่อปั้นคนรุ่นใหม่แจ้งเกิดในวงการ และ 6.การเจรจาร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันระหว่างประเทศ

ด้าน อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมได้ผลักดันเรื่องมาตรการภาษีมาอย่างยาวนาน ซึ่งล่าสุดรัฐบาลปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าควรให้อินเซนทีฟกองถ่ายทำ ภาพยนตร์ต่างประเทศเดินทางมาใช้สถานที่ประเทศไทยมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ เพื่อเพิ่มมูลค่ารายได้ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากปีที่ผ่านมามี รายได้ประมาณ 1,934 ล้านบาท ลดลง 11% เทียบกับปี 2556ขณะที่ปีนี้คาดว่าจะเติบโต 5-10% รายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการส่งเสริมให้เป็นรูปธรรม เพราะขณะที่ไทยกำลังเดินอยู่นั้น หลายประเทศกำลังวิ่งแซงไทย หากต้องเสียแชมป์ถือเป็นเรื่ิองที่น่าเสียดายยิ่งนัก

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย