
‘ฐากร’เคลียร์ปัญหา ‘โทรวินาทีแพง-4จี’
การทำหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการกำกับดูแลระบบโทรคมนาคม และสร้างกลไกการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมกำลังถูกจับจ้องอย่างหนัก หลังจากมูลนิธิผู้บริโภคออกมาแฉว่าการปรับค่าโทรศัพท์เป็นวินาทีโดยไม่ปัดเศษนั้นแพงกว่าแพ็กเกจเดิมหลายเท่าตัว ทำไมหน่วยงานกำกับจึงปล่อยให้ผู้ประกอบการทำเช่นนั้น
ยิ่งมาเจอกับการยื่นข้อเสนอเลื่อนการจ่ายเงินประมูลออกไปของบรรดาผู้ประมูลทีวีดิจิทัลยิ่งทำให้สปอตไลต์ฉายไปที่องค์กรนี้มากขึ้น
ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ผู้นำองค์กรในยามที่คณะกรรมการ กสทช.ง่อยเปลี้ยเสียขา เคลียร์แต่ละประเด็นอย่างเปิดอกว่า การที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครอง
ผู้บริโภคภาคประชาชน ออกมาแถลงข่าวโปรโมชั่นมือถือของ 3 บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) คิดค่าโทรเป็นวินาทีแพงขึ้นกว่าเดิม และสิทธิประโยชน์ลดลง ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภคนั้น สำนักงาน กสทช. กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และต้องติดตามผลการตรวจสอบก่อนจะชี้แจงข้อมูลได้
อย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลค่าโทรของ กสทช. ได้กำหนดให้โปรโมชั่นเฉลี่ยรวมทุกแพ็กเกจต้องไม่เกิน 99 สตางค์/นาทีของ 2จี และ 3จี ไม่เกิน 84 สตางค์/นาที โดย กสทช.ได้ขอความร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์ให้ออกโปรโมชั่นใหม่วินาที และทุกบริษัทได้ออกโปรโมชั่นใหม่วินาทีแล้ว เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นไป จะเห็นโปรโมชั่นใหม่ค่าโทรวินาทีเพิ่มขึ้น
ล่าสุด สำนักงาน กสทช.ได้เข้าไปตรวจสอบโปรโมชั่นในตลาดพบว่า โปรโมชั่นเฉลี่ยรวมของทุกบริษัท ต่ำกว่าอัตราที่ กสทช.กำหนดไว้ และมีโปรโมชั่นจำนวนมาก ราคาต่ำกว่าที่ กสทช.กำหนดไว้ บางบริษัทมีโปรโมชั่นราคา 50-60 สตางค์/นาที
“สัปดาห์นี้ กสทช.จะเปิดเผยข้อมูลว่าโอเปอเรเตอร์ 5 บริษัท ทั้งบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม มีโปรโมชั่นใดบ้างที่มีค่าโทรต่ำกว่าที่ กสทช.กำหนดไว้ เพื่อเป็นฐานข้อมูลให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบว่า ควรใช้โปรโมชั่นใดเหมาะสมที่สุด ประชาชนจะได้เลือก”
ฐากรมั่นใจว่าขณะนี้ค่าโทรศัพท์เมืองไทยเป็นธรรม เห็นได้จากผลการตรวจสอบที่ผ่านมา เรื่องค่าโทรศัพท์ของไทยกับประเทศในอาเซียน พบว่าค่าโทรไทยถูกสุดเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนแค่ 84 สตางค์/นาที ต่อจากอินโดนีเซียอยู่ที่ 32 สตางค์/นาที
สำหรับเรื่องผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลขอเลื่อนจ่ายเงินประมูลนั้น ฐากร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้บอร์ด กสท.เป็นผู้ตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าเรื่องช่องทีวีดิจิทัลที่ได้ทำหนังสือถึงประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เพื่อขอเลื่อนจ่ายเงินประมูลทีวีดิจิทัลรอบ 2 มีกำหนดวันที่ 23 พ.ค.นี้ กสทช.ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกฤษฎีกาและกระทรวงการคลังเป็นรอบที่ 2 เมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้คำตอบ
ฐากร ชี้แจงว่า แม้ว่ากระทรวงการคลังและกฤษฎีกาจะมีคำตอบออกมาไม่ว่าจะเป็นในทิศทางใด ท้ายที่สุดการตัดสินใจต้องขึ้นอยู่กับบอร์ด กสท.
ส่วนจะมีเอกชนที่พลาดการประมูลออกมาคัดค้าน หรือมีการฟ้องร้องหาก กสท. ให้เลื่อนจ่ายเงินประมูลทีวีดิจิทัล ก็ต้องเป็นเรื่องของอนาคต และก่อนหน้านี้ บอร์ด กสท.เห็นชอบในหลักการเรื่องขอเลื่อนจ่ายเงินประมูลไปแล้ว แต่ต้องมีเหตุผลและหลักการต่างๆ มาประกอบการพิจารณา
“ตอนนี้ยอดผู้ชมทีวีดิจิทัลเดือน มี.ค.นี้ ขึ้นมาอยู่ที่ 15 ล้านคน เพิ่มจากเดือนก่อนหน้า 5 แสนคน ถือว่าผู้ชมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่เรื่องผู้ชมก็ไม่ใช่เหตุผลหลักที่นำมาพิจารณาเรื่องขอเลื่อนจ่ายเงินประมูล” ฐากรกล่าว
ส่วนประเด็นร้อนแรงสุดคือการประมูลคลื่น 4จี ที่มีการปล่อยข่าวว่าจะล้มนั้น ฐากร ชี้แจงว่า กสทช.พร้อมจัดประมูลคลื่นความถี่ 4จี ภายในปี 2558 เพราะเตรียมทำประกาศและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการประมูลทั้งหมดเสร็จแล้ว ก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ชะลอประมูลไป 1 ปี ซึ่งครบกำหนดวันที่ 17 ก.ค.นี้ โดยราคาตั้งต้นประมูลจะสูงขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับราคาที่เตรียมไว้ปีก่อน
“หาก คสช.ทำหนังสือส่งกลับมาที่ กสทช. ในเดือน มี.ค.นี้ กสทช.จะเตรียมประมูลและพร้อมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะภายใน 4 เดือน นั่นหมายความว่า จะพร้อมจัดประมูลเร็วสุดเดือน ส.ค. หรือ ก.ย.นี้ แต่หาก คสช.ส่งหนังสือกลับมาเดือน ก.ค. หลังครบกำหนดชะลอประมูล กสทช.ก็จัดประมูลได้เดือน พ.ย.นี้” ฐากร ชี้แจง
ท้ายสุดเมื่อ กสทช.จัดประมูล 4จี ได้ตามแผน ฐากร ยืนยันว่าประชาชนจะได้ใช้บริการ 4จี ในต้นปี 2559







