
ตลาดหุ้นขอโตอย่างยั่งยืน บิ๊กบจ.เปิดสูตรติดโผDJSI
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย/พนิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย/พนิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติมามอบรางวัลกับ 10 บริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) และนับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ที่เดินทางมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ในรอบ 12 ปี พร้อมกับปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ธุรกิจไทยขับเคลื่อนไทยสู่ความมั่งคั่งยั่งยืนด้วยมาตรฐานสากล” เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2558
นายกรัฐมนตรีได้ใช้เวลาปาฐกถาพิเศษมากกว่า 1 ชั่วโมง โดยมอบนโยบายให้ภาคตลาดทุนเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของประเทศในทุกมิติอย่างยั่งยืน และต้องการให้ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ประกอบไปด้วยคุณธรรมและจริยธรรม อยู่ด้วยหลักธรรมาภิบาล
“สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์มุ่งพัฒนาองค์กรและผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นสถาบันตัวกลาง ผู้ลงทุน และ บจ.ให้ดำเนินงาน โดยยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) เพื่อให้องค์กรตลาดทุนเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศสู่ความมั่งคั่งยั่งยืน
ปัจจุบันนี้ตลาดทุนมีมูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) 15.5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 120% ของจีดีพีและมากกว่าสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ที่มีประมาณ 11 ล้านล้านบาท
บจ.รวมแล้ว 600 บริษัท ได้มีการจ้างงาน 1.1 ล้านคน และตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการกำกับดูแลให้การซื้อขายมีความเป็นธรรม โปร่งใส และตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 20% ต่อปี ติดอันดับแรกๆ ของตลาดเอเชีย และสูงที่สุดเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ
ตลาดหลักทรัพย์ใช้หลักการ Sustainable Development ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน โดยมีบทพิสูจน์ บจ.ไทย 10 แห่ง ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ในปีที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ 4 บริษัท ถูกจัดอยู่ในกลุ่มดัชนี DJSI World ได้แก่ บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)
กลุ่มดัชนี DJSI Emerging Markets จำนวน 10 บริษัท ได้แก่ บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) PTT PTTEP PTTGC SCC บริษัท ไทยออยล์ (TOP) และบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF)
“การที่ 10 บจ.ไทยได้รับการยอมรับจากดัชนีระดับโลกเป็นจำนวนมากที่สุดในอาเซียน สะท้อนให้เห็น ขณะเดียวกันยังส่งเสริมความเชื่อมั่นและเพิ่มความน่าสนใจลงทุนจากต่างประเทศอีกด้วย ปัจจุบันกองทุนทั่วโลกเน้นลงทุนโดยคำนึงถึงความยั่งยืน มีขนาดกว่า 9,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.9 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ประธาน ตลท. กล่าว
บิ๊ก บจ.เปิดสูตรติด DJSI
การคัดเลือกครั้งล่าสุดของดัชนีความยั่งยืนระดับโลก (DJSI) มี บจ.ไทยจำนวน 10 บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิก
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ถือเป็นบริษัทที่ได้เป็นสมาชิก DJSI ติดต่อกันมากที่สุดต่อเนื่อง 10 ปีติดต่อกัน เป็นต้นแบบของการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนแห่งหนึ่ง
“กานต์ ตระกูลฮุน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCC กล่าวว่า กลุ่มบริษัทมีวิสัยทัศน์คือต้องการเป็นผู้นำด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในกลุ่มประเทศอาเซียน ดังนั้นการปรับทัศนคติในการดำเนินธุรกิจเพื่ออยู่ร่วมกับชุมชนและท้องถิ่นในแต่ละประเทศ จึงมีความสำคัญ
อีกประเด็นที่มีความสำคัญคือ การเข้าไปสร้างความสมดุลให้เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวลดล้อม โดยการเข้าไปทำให้คนในชุมชนที่บริษัทประกอบกิจการอยู่มีองค์ความรู้เพิ่มมากขึ้น
ขณะที่บริษัท ปตท. ติด DJSI ติดต่อกัน 3 ปี “สุรงค์ บูลกุล” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน กล่าวว่า กลุ่ม ปตท.มีวิสัยทัศน์การทำธุรกิจคือ ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยความมั่นคงสะท้อนจากการติดอันดับ Fortune 100 ซึ่งเกิดจากการสร้างความใหญ่ให้กับธุรกิจ ทำงานแบบมืออาชีพ และผลประกอบการที่โตสม่ำเสมอ
ส่วนความมั่งคั่งคือ สามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระดับที่เหมาะสม และความยั่งยืนถือเป็นประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะการทำธุรกิจต้องได้รับใบอนุญาตการประกอบกิจการจากชุมชน ไม่ใช่เพียงใบอนุญาตที่เป็นกระดาษจากกระทรวงที่ให้ใบอนุญาตทำธุรกิจเท่านั้นดังนั้น การได้รับการยอมรับจากชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ เพราะประกอบธุรกิจพลังงานถือว่าเข้าไปรบกวนธรรมชาติค่อนข้างมาก ซึ่งการรักษาความสมดุลและทำให้ธุรกิจอยู่ร่วมกับชุมชนได้จึงมีความสำคัญ“กลุ่ม ปตท.ทำธุรกิจด้วยธรรมาภิบาลโดยใช้ตัวเองเป็นผู้กำหนดมากกว่าที่จะนำกฎเกณฑ์ข้างนอกมากำหนด โดยจุดเด่นอีกเรื่องเพื่อสร้างความยั่งยืนคือต้องพร้อมที่จะปรับตัวในการดำเนินธุรกิจตลอดเวลาเช่น ธุรกิจในกลุ่มที่หันมาผลิตสินค้ากลุ่มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ความเสี่ยงของการทำธุรกิจปัจจุบันไม่ใช่ประเด็นธุรกิจ แต่อยู่ที่สังคมยอมรับหรือไม่”
ด้านบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล เข้าติดใน DJSI เป็นปีที่ 2 “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัทใช้วิสัยทัศน์เดียวกับในกลุ่ม ปตท. การเข้ามาติด DJSI เป็นเครื่องชี้วัดว่าการทำธุรกิจของบริษัทไม่มุ่งเน้นให้ธุรกิจมีกำไรเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมด้วย
การติด DJSI ถือเป็นใบรับประกันหนึ่งในการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนและมีวินัยขององค์กร การออกไปทำธุรกิจในต่างประเทศ ถือเป็นตัวช่วยอย่างมากทำให้พันธมิตรต่างประเทศเกิดความมั่นใจในบริษัทและยังช่วยเพิ่มโอกาสช่วยดึงพันธมิตรต่างประเทศให้สนใจเข้ามาทำธุรกิจร่วมกับบริษัทในประเทศด้วย
“DJSI เป็นเหมือนใบอนุญาตสำหรับประกอบธุรกิจที่แท้จริงแบบยั่งยืนและเป็นรูปธรรม”
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม เป็นน้องใหม่ของ DJSI ที่ติดเข้าเป็นปีแรก “เทวินทร์ วงศ์วานิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า วิสัยทัศน์การทำธุรกิจเป็นไปตามแนวทางของ ปตท. แต่มีวิสัยทัศน์ภายในองค์กรคือ เติบโต รุ่งเรือง มั่นคง ยั่งยืน และสง่างาม รวมถึงเป็นบริษัทสีเขียว การทำธุรกิจต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการจากสังคมชุมชนเช่นเดียวกับบริษัทแม่
ขณะที่การออกไปทำธุรกิจในต่างประเทศจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อถือจากรัฐบาล พันธมิตรและบุคลากรในประเทศนั้นๆ ด้วย ทั้งนี้กระบวนการสร้างความยั่งยืน ผู้นำองค์กรต้องมีความชัดเจนเชิงนโยบาย และมีขั้นตอนเพื่อวางแผนกระบวนการทำงานไปสู่การปฏิบัติจริง สร้างและปลูกฝังให้บุคลากรมีใจอยากทำด้วย
“อธิคม เติบศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ TOP กล่าวว่า หลักบริหารด้วยความยั่งยืนแบบธรรมดา (Basic) คือการบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นคนหรือทรัพยากรอื่นใดก็ตาม
การจะบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดมี 3 มิติด้วยกัน มิติแรก คือ ความคุ้มค่าของการใช้ มิติที่ 2 คือ ทำอย่างไรให้มั่นคง ยั่งยืน และมิติที่ 3 คือ ความเป็นธรรม
“สุกฤตย์ สุรบถโสภณ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ IRPC กล่าวเสริมว่า การถูกจัดอยู่ใน DJSI เป็นนโยบายของกลุ่มบริษัท ปตท. และในฐานะที่ IRPC ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ได้ทำงานร่วมกับคนในพื้นที่จนเป็นที่ยอมรับของ อบต. อบจ. ซึ่งยอมรับว่าการดูแลชุมชนใกล้เคียงเป็นเรื่องยากมากที่สุด แต่บริษัทได้พยายามเข้าถึงชุมชนให้ได้มากที่สุด







