เกษตรฯจ่อขอหมื่นล้านปั้นธุรกิจค้าสินค้าเกษตร
รมว.เกษตรฯ เตรียมเสนอ ครม.เศรษฐกิจ ของบ 1หมื่นล้านบาท ปั้นธุรกิจค้าสินค้าเกษตรของสหกรณ์ ข้าว –ปาล์ม เป็นคู่แข่งพ่อค้าใน 5 ปี
รมว.เกษตรฯ เตรียมเสนอ ครม.เศรษฐกิจ ของบ 1หมื่นล้านบาท ปั้นธุรกิจค้าสินค้าเกษตรของสหกรณ์ ข้าว –ปาล์ม เป็นคู่แข่งพ่อค้าใน 5 ปี
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อขออนุมัติโครงการ 1 หมื่นล้านบาทโครงการ 5 ปี (2558-2562) สำหรับดำเนินการ 2 โครงการ คือโครงการปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาดปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร และโครงการพัฒนาเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจข้าวสถาบันเกษตรกร ซึ่งทั้งสองโครงการมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2558 – 2562 โดยคาดว่าใน 5 ปีจะทำให้สหกรณ์การเกษตรสามารถเพิ่มศักยภาพตัวเองให้เป็นผู้ค้าสินค้าเกษตรแข่งกับพ่อค้าในระบบตลาดได้ โดยเงินดังกล่าวจะมาจากเงินงบประมาณและเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)
“ นายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายให้ส่งเสริมระบบสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง และมีส่วนในการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลจึงต้องการให้สหกรณ์ช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า การให้สหกรณ์ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรมีรายได้จากการขายสินค้าเกษตรเพิ่มมากขึ้น โดยเน้นในกลุ่มสินค้าข้าว ปา ล์มน้ำมัน ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ “ นายปีติพงศ์กล่าว
โดยโครงการปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาดปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร วงเงิน 3,387 ล้านบาท แบ่งเป็นการดำเนินงานในปี 2558 วงเงิน 311 ล้านบาท ปี 59 วงเงิน 1,698. ล้านบาท และปี 2560-2562 วงเงิน 1,378 ล้านบาทจะเน้นดำเนินการใน 3 ด้าน คือ การปรับโครงสร้างการผลิต ส่งเสริมร่วมตัวเป็นแปลงใหญ่ขนาด 150 ไร่ขึ้นไป เพิ่มศักยภาพผลผลิตต่อไร่และเปอร์เซนต์น้ำมันได้ให้ถึง 20% เท่ากับมาเลเซียจากที่ไทยผลิตได้ที่ 17% เพิ่มผลผลิตต่อไร่ จาก 3.3 ตันเป็น 3.8 ตันต่อไร่ ซึ่งจะส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4,240 บาท/ไร่/ปี รวมถึงการส่งเสริมให้หสกรณ์ดังกล่าวพัฒนาเป็นสหกรณ์ผู้รวบรวมผลผลิต และแปรรูปน้ำมันปาล์มสร้างรายได้ในโครงการนี้ประมาณ 2.1 พันล้านบาทจากมูลค่าธุรกิจด้านนี้ของสหกรณ์ทั้งหมด5.9 พันล้านบาท
โครงการพัฒนาเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจข้าวสถาบันเกษตรกร วงเงินจำนวน 6,500 ล้านบาท โดยเป้าหมาย จะเป็นสหกรณ์ผู้รวบรวมปริมาณข้าวเปลือก เพิ่มจากปี2557 จำนวน 4.5 แสนตัน เป็น 9.48 แสนตันในปี 2562 มูลค่าธุรกิจเป็น 5.8 พันล้านบาท ขณะที่การแปรรูปข้าวสารจะเพิ่มขึ้นจาก จำนวน 53,000 ตัน เป็น 1.34 แสนตันข้าวสารในปี 2562 มูลค่าธุรกิจประมารณ 2.3 พันล้านบาท ซึ่งจะทำให้สหกรณ์สามารถรวบรวมข้าวและแปรรูปได้ประมาณ 11 ล้านตันข้าวเปลือกหรือ 39 % ของผลผลิตข้าวทั้งประเทศประมาณ 30-32 ล้านตัน เนื่องจากสมาชิกสหกรณ์เป็นชาวนาปลูกข้าวประมาณ 26 ล้านไร่ มีสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรประมาณ 3 พันกว่าแห่ง ทั้งนี้จะครอบคลุมทั้งข้าวหอมมะลิในทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวขาว และข้าวเหนียวและข้าวอื่นๆ







