posttoday
อีคอมเมิร์ซเพิ่มดีกรี โลจิสติกส์ 2.7 แสนล.แข่งดุ

อีคอมเมิร์ซเพิ่มดีกรี โลจิสติกส์ 2.7 แสนล.แข่งดุ

26 กุมภาพันธ์ 2558

องค์กรให้คำปรึกษา ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน คาดการณ์ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยจะโต 7.5% (CAGR) มีมูลค่าสูงถึง 8.59 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ภายในปี 2559 จากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำให้ผู้ให้บริการด้านระบบขนส่งทั้งรายเล็กและใหญ่ต่างแข่งขันกันทำตลาดอย่างรุนแรง

องค์กรให้คำปรึกษา ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน คาดการณ์ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยจะโต 7.5% (CAGR) มีมูลค่าสูงถึง 8.59 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ภายในปี 2559 จากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำให้ผู้ให้บริการด้านระบบขนส่งทั้งรายเล็กและใหญ่ต่างแข่งขันกันทำตลาดอย่างรุนแรง

พงศ์ธีระ พัฒนพีระเดช กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ประเทศไทยถือว่าเป็นศูนย์กลางทางด้านสินค้าและการขนส่งที่มีศักยภาพ ซึ่งภาคธุรกิจทั้ง 14 ประเภทใน ส.อ.ท.ต่างก็ให้ความสนใจในเรื่องของระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เพราะถือว่าเป็นด่านหน้าที่สำคัญในการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือปลายทาง

“นโยบายดิจิทัลอีโคโนมี ทำให้ ส.อ.ท.เริ่มเข้ามาดูในส่วนของอีคอมเมิร์ซมากขึ้น โดยจะให้การสนับสนุนกลุ่มเอสเอ็มอีที่เป็นฐานการผลิตรวมตัวกันผลิตเป็นสินค้าที่มีศักยภาพ ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่แบบเดิม ซึ่งลูกค้าย่อมต้องการความปลอดภัยและเช็กข้อมูลการขนส่งได้ ดังนั้นการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ให้มากขึ้น เช่น ระบบติดตาม GPS, ระบบชิปอัจฉริยะ RFID, กล้อง CCTV จะเข้าไปเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการรายใหม่มากขึ้น” พงศ์ธีระ กล่าว

จรัสพรรณ แจ่มใส ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ทีเอ็นที เอ็กซ์เพรส เวิลด์ไวด์ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ยอดการส่งออกลดลงและนำเข้าเพิ่มขึ้นจากกลุ่มประเทศแถบเอเชีย แต่เชื่อว่าปีนี้ทั้งการนำเข้าและส่งออกจะกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น เพราะไทยถือว่าเป็นฮับที่มีความลงตัว ทั้งด้านการผลิตและขนส่งที่ครอบคลุม ซึ่งธุรกิจอีคอมเมิร์ซเป็นอีกตลาดหนึ่งที่น่าสนใจ

“ทีเอ็นทีฯ รับส่งสินค้าให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซรายใหญ่อย่าง ลาซาด้า เอ็มคอมเมิร์ซ และยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับทางเอ็นโซโก้ด้วย เพราะแนวทางของบริษัทยังคงเน้นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แบบบีทูบี 90% ธุรกิจแบบบีทูซีจะมีแค่ 10% เพราะมีเงื่อนไขในการรับส่งสินค้าของบริษัท มีรูปแบบที่เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่มากกว่า โดยตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา จะเห็นบริษัทโลจิสติกส์ทั้งเล็กและใหญ่เริ่มเข้ามาในตลาดมากขึ้น” จรัสพรรณ กล่าว

ทางบริษัท เชื่อว่า การสนับสนุนเรื่องดิจิทัลอีโคโนมีและการขยายธุรกิจเอสเอ็มอีไปยังกลุ่มเออีซีมากขึ้น จนผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์เอง ยังต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายกลุ่มฐานลูกค้ารายใหม่ให้มากขึ้น โดยจะเข้าไปสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านระบบขนส่งสินค้า ตามนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ส.อ.ท. หันมาใช้ระบบขนส่งที่ครบวงจรมากขึ้น คาดว่าปีนี้บริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ดิจิต หรือ 2 หลัก

นอกจากนี้ บริษัทยังเพิ่มช่องทางออนไลน์เข้ามาตอบโจทย์การทำงานผ่านโมบิลิตี้ต่างๆ มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ในหน้าเว็บไซต์ได้ทันที โดยไม่ต้องรอขั้นตอนสั่งงานผ่านพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นแจ้งจุดรับส่งสินค้า ตรวจสอบข้อมูลสินค้า และเช็กสินค้าว่าถึงปลายทางตามกำหนดหรือไม่ ผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ทันที โดยไม่ต้องโทรเข้ามาที่ออฟฟิศ เป็นการลดขั้นตอนให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น

ขณะที่ เควิน เบอร์เรล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ผู้ให้บริการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) เช่น การจัดส่ง และคลังสินค้าให้กับลูกค้า กล่าวว่า ดีเอชแอลได้ลงทุนต่อเนื่องด้านเทคโนโลยี ได้แก่ การใช้ระบบจีพีเอสติดตามการขนส่ง ทำให้เช็กข้อมูลการขนส่งได้ทุกจุด และการจัดตั้งศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการด้านการขนส่ง (Transport Control Tower) ตั้งอยู่ที่โครงการคลังสินค้าบางนาโลจิสติกส์แคมปัส บนถนนบางนา-ตราด กม.23 จ.สมุทรปราการ

มูลค่าธุรกิจโลจิสติกส์ในไทยอยู่ที่กว่า 3 แสนล้านบาท ปีนี้น่าจะโต 6% จากปีก่อน ตามแนวโน้มการใช้บริการโลจิสติกส์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น เพราะเศรษฐกิจโตและสถานการณ์การเมืองมีเสถียรภาพขึ้น เอื้อต่อการทำธุรกิจ การมีเทคโนโลยีมาใช้ช่วยให้ลูกค้ามีความสามารถแข่งขันมากขึ้น จากการจัดการโลจิสติกส์ให้มีต้นทุนต่ำที่สุดจึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ดีเอชแอล มีจุดเด่นรักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้ด้านโลจิสติกส์พันธุ์ไทย สยามรัฐ สุทธานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเมนท์ ในเครือเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า ได้เปิดตัว Nationwide One stop service หรือบริการกระจายสินค้าครบวงจร ทั้งรับ-เก็บ-จ่ายสินค้า การบริหารสินค้าคงคลัง การจัดส่งถึงที่หมายทั่วประเทศในวันรุ่งขึ้น และสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง รองรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการกระจายสินค้าไม่เต็มเที่ยวไปทั่วประเทศได้ เช่น กลุ่มสินค้าเคหะภัณฑ์ กลุ่มตกแต่งบ้าน

รวมทั้งยังพัฒนาบริการ ให้ส่งถึงทั่วประเทศได้ภายในวันรุ่งขึ้น ตอบสนองสินค้าที่ไม่สะดวกจัดเก็บที่ปลายทาง สินค้าที่ต้องการใช้งานอย่างเร่งด่วน และสินค้าที่มีอายุการเก็บสั้น ซึ่งเอสซีจี โลจิสติกส์ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากบริการกระจายสินค้าครบวงจร จากลูกค้านอกเครือฯ 10 เท่า ใน 5 ปี

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงต้องติดตามการแข่งขันโลจิสติกส์ปีนี้ว่าจะดุเดือดเพียงใด หลังผู้ให้บริการหน้าใหม่ที่เล็งกลุ่มอีคอมเมิร์ซกว่า 10 ราย กับรายใหญ่ที่เชื่อมั่นบริการที่ครบวงจรจะรักษาฐานลูกค้าเก่า กับขยายรับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ จะเปิดศึกกัน ขณะที่ไปรษณีย์ไทยที่เน้นถูกแต่ไม่รับประกันสินค้ายังเฉย

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69