posttoday
แห่เข้าตลาด (หุ้น)

แห่เข้าตลาด (หุ้น)

26 กุมภาพันธ์ 2558

เทรนด์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอาเซียน คือ การที่คนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่เล่นหุ้นเป็นงานประจำ และหารายได้เสริม

โดย...สมหทัย โมสิกะ

เทรนด์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอาเซียน คือ การที่คนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่เล่นหุ้นเป็นงานประจำ และหารายได้เสริม

สำหรับในสิงคโปร์ ตอนนี้นักลงทุนกลุ่มอายุ 18-25 ปี มีสัดส่วนประมาณ 31% ของนักลงทุนรายย่อยที่เปิดบัญชีใหม่ หรือเพิ่มขึ้นราว 19% จากปี 2552

ลินน์ แกสปาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนรายย่อยของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ อธิบายว่า มีนักลงทุนอายุน้อยๆ เข้าสู่วงการมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนคลับการลงทุนที่ผุดเป็นดอกเห็ดในมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงแหล่งข้อมูลการลงทุนออนไลน์ที่มีมากมายมหาศาลในปัจจุบัน

“คนรุ่นใหม่เห็นว่าการออมอย่างเดียวไม่พอ ต้องการให้เงินของตัวเองสร้างผลตอบแทนได้มากขึ้น พวกเขากังวลว่าจะสามารถซื้อบ้านหลังแรก รถคันแรก หรือจ่ายค่าเรียนให้ลูกๆ ไหวหรือเปล่า”

แกสปาร์ ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือนักลงทุนรุ่นใหม่ต้องเข้าใจเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง ก่อนที่จะวางกลยุทธ์และเลือกหุ้นที่จะลงทุน พร้อมแนะนำว่า นักลงทุนยิ่งอายุน้อยเท่าไหร่ ก็ควรลงทุนในหุ้นที่เน้นการเติบโต มากกว่าเน้นรายได้ แต่สิ่งที่เธอเจอส่วนใหญ่ คือ นักลงทุนรุ่นเล็กจะชอบหุ้นบลูชิพดีๆ ที่จ่ายปันผลเหมาะสม

ทั้งนี้ ข้อมูลจากมาย เฟิร์ส สต๊อก คาร์นิวัล ระบุว่า 80% ของนักลงทุนอายุน้อย สนใจหุ้นบลูชิพ หรือหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และทรัสต์ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

ด้าน โฮวี่ ลี นักวิเคราะห์ของฟิลิปส์ฟิวเจอร์ มองว่า สิ่งสำคัญคือการให้ความรู้แก่นักลงทุนรุ่นใหม่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีทุนก้อนโต แต่พวกเขาก็มีเวลา

แม้จะมีคนรุ่นใหม่พาเหรดมาลงทุนหุ้นกันคึกคัก แต่คนในตลาดหุ้นเชื่อว่าคงไม่มีแรงพอที่จะส่งผลต่อปริมาณการซื้อขายหุ้น เนื่องจากมูลค่าการเทรดของคนกลุ่มนี้เฉลี่ยน้อยกว่า 1 หมื่นเหรียญสิงคโปร์

ในมุมของนักเล่นหุ้นรุ่นเล็กอย่าง อาเธอร์ ฉง นักศึกษาเศรษฐศาสตร์ปี 4 วัย 23 ปี ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง เล่าประสบการณ์การลงทุนว่า ตอนที่หุ้นยูซูคอร์ปที่ซื้อไว้ราคาร่วงจาก 82 เหลือ 20 เซนต์ เขาขาดทุนนับพันเหรียญสิงคโปร์ ทำให้รู้ถึงความสำคัญของการมีจุดสต็อป ลอสส์ หรือจุดตัดขาดทุน และต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้การขาดทุนบานปลาย

“ผมเรียนรู้ถึงความจำเป็นที่จะต้องแยกความแตกต่างระหว่างการซื้อขาย และการลงทุน เมื่อซื้อหุ้นแต่ละตัว”

มาถึงตอนนี้  ก่อนเข้าเทรดหุ้นทุกครั้ง ฉงจะวิเคราะห์ทางเทคนิคเสมอว่า ควรจะยอมทิ้งหุ้นตอนไหน หากราคาร่วงลง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ