
ก.เกษตรฯ สั่งเร่งทำฝนเทียมลดหมอกควัน
ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เตรียมเร่งทำฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและภัยแล้ง
ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เตรียมเร่งทำฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและภัยแล้ง
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการวางแผนและติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรในวันนี้ว่า มีความเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์ภัยแล้งและหมอกควัน ที่สถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปี โดยเรื่องภัยแล้ง ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าแนวโน้มฤดูฝนปีนี้จะมาช้ากว่าปกติ โดยจะมาในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายน ซึ่งกรมชลประทานต้องวางแผนในการบริหารจัดการน้ำที่เหลืออยู่ให้ใช้ได้อย่างเพียงพอ
สำหรับพื้นที่นาปรัง ที่ปลูกในลุ่มเจ้าพระยา ประมาณ 3 ล้านไร่ คาดว่าจะเสียหายอย่างสิ้นเชิงประมาณ 9 หมื่น 5 พันไร่ ใน12 จังหวัด โดยเฉพาะ นครสวรรค์ กำแพงเพชร ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง และในลุ่มน้ำแม่กลองเสียหายอีกประมาณ 3 หมื่น 8 พันไร่
ส่วนสถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือ จากข้อมูลที่กรมฝนหลวงรายงาน พบว่า สถานการณ์ปีนี้คาดว่ามีระดับความรุนแรงใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเดือนมี.ค.และเม.ย. โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรได้ตั้งคณะทำงานด้านการเกษตร ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และกรมชลประทาน เร่งลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับเกษตรกรและรณรงค์ ในการงดเผาไร่นาและพื้นที่เกษตร เพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันในประเทศ ขณะเดียวกันให้กรมฝนหลวง วางแผนขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและบรรเทาภัยแล้งทันทีที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย
นายวราวุธ ขันติยานันท์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า จากข้อมูลย้อนหลังพบว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังใกล้เคียงกับปีก่อนๆ แต่ระดับคุณภาพอากาศส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีเพียง จังหวัดลำปางแห่งเดียวที่มีเริ่มมีปัญหาแล้ว โดยคาดว่าในเดือนมีนาคม ถึงเมษายนจะมีจังหวัดอื่นได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมอกควันที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชาที่เริ่มเผาพื้นที่เกษตรมาแล้วระยะหนึ่งและประเทศพม่ากำลังจะเข้าสู่ฤดูการเผา ดังนั้นจะเสนอให้รัฐบาลเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดการเผาตอซังด้วย







