
'ไทยเทรด' เร่งปั้นเถ้าแก่ออนไลน์
ปัจจุบัน Thaitrade.com อีมาร์เก็ตเพลสอันดับหนึ่งของไทย
โดย...บับเบิ้ล บี
ปัจจุบัน Thaitrade.com อีมาร์เก็ตเพลสอันดับหนึ่งของไทย ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีเว็บไซต์จากธุรกิจต่างๆ ที่ประกอบด้วยสินค้ามากกว่า 2 แสนชนิด มีผู้ซื้อจากต่างประเทศ เข้ามาเยี่ยมชมมากกว่า 2 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายสูงถึง 3,000 ล้านบาท หลังเปิดให้บริการมากว่า 4 ปี
อารดา เฟื่องทอง หัวหน้ากลุ่มงานบริหารพาณิชย์ดิจิตอล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากยุทธศาสตร์ด้านการค้าที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการให้เกิดความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านผ่าน 3 นโยบาย คือ ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการค้า เร่งสร้างข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ และเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาทำธุรกิจในประเทศมากขึ้น
จากนโยบายดังกล่าว ทำให้ช่วงเดือน ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา ภาพรวมมูลค่าการซื้อขายสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ไทยเทรด สร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอีไปแล้วกว่า 325 ล้านบาท และพบว่ากลุ่มลูกค้าต่างชาติสนใจสินค้าไทยจำนวนมากถึง 700 รายการ เช่น แบตเตอรี่มือสอง อาหารและเครื่องสำอาง เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อและผู้ขาย และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั่วโลก โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเอสเอ็มอีที่ยังมีความรู้ด้านออนไลน์ไม่มากนัก แต่ต้องการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัว กระทรวงพาณิชย์จึงจับมือกับพันธมิตรเพิ่มเติม คือ ธนาคารกรุงเทพ และดีเอชแอล ในการพัฒนาช่องทางการให้บริการอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจรมากขึ้น
"การร่วมมือกับพันธมิตรจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการเป็นอีมาร์เก็ตเพลสที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ระหว่างผู้ประกอบการและผู้ซื้อจากทั่วโลก ให้สะดวกและปลอดภัยขึ้น ซึ่งระบบรับชำระเงินออนไลน์นี้ จะเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ไทยเทรดโดยตรง อีกทั้งธนาคารกรุงเทพและธนาคารพันธมิตรก็มีเครือข่ายสาขาในต่างประเทศจำนวนมาก ถือว่าตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทั่วถึง" อารดา กล่าว
นอกจากนี้ ระบบโลจิสติกส์ก็ได้ร่วมมือกับดีเอชแอล ในการขนส่งสินค้าแบบเร่งด่วนระหว่างประเทศ ซึ่งลูกค้าที่ทำการลงทะเบียนขนส่งสินค้าผ่านเว็บไซต์ www.mydhl.dhl.com จะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบและขั้นตอนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศด้วย
นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลจะประสบผลสำเร็จได้หรือไม่ ส่วนหนึ่งมาจากความกระตือรือร้นของเจ้าของธุรกิจที่ต้องการปรับตัวมาใช้ช่องทางออนไลน์ขยายธุรกิจระดับเอสเอ็มอีให้เติบโตในตลาดต่างประเทศ







