posttoday
หุ้นกู้เอกชนคึก ปีนี้คาด5แสนล. รับดอกเบี้ยต่ำ

หุ้นกู้เอกชนคึก ปีนี้คาด5แสนล. รับดอกเบี้ยต่ำ

25 กุมภาพันธ์ 2558

แบงก์มองแนวโน้มหุ้นกู้ปีนี้ยังคึกคัก เอกชนหวังล็อกต้นทุนโค้งสุดท้ายช่วงดอกเบี้ยต่ำ ก่อนเป็นขาขึ้นตามดอกเบี้ยสหรัฐ คาดปีนี้ระดมอย่างน้อย 5 แสนล้าน

แบงก์มองแนวโน้มหุ้นกู้ปีนี้ยังคึกคัก เอกชนหวังล็อกต้นทุนโค้งสุดท้ายช่วงดอกเบี้ยต่ำ ก่อนเป็นขาขึ้นตามดอกเบี้ยสหรัฐ คาดปีนี้ระดมอย่างน้อย 5 แสนล้าน

นายเอกชัย เตชะวิริยะกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่ม กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ 8 ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ความต้องการระดมทุนของภาคเอกชนในปีนี้ยังคงคึกคัก โดยคาดว่าปีนี้ตลาดตราสารหนี้จะมีมูลค่าประมาณ 5 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2557 ที่มีมูลค่า 5.5 แสนล้านบาท กระจายในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีในภาวะดอกเบี้ยต่ำ และธนาคารพร้อมให้การสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม แม้ภาคเอกชนจะมีทางเลือกในการระดมทุนมากขึ้น แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ยังมีความต้องการใช้สินเชื่อ โดยแต่ละปีสินเชื่อในระบบจะขยายตัวเฉลี่ย 6-8% แต่ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้การแข่งขันระหว่างสถาบันการเงินยิ่งรุนแรงมากขึ้นในทุกกลุ่มลูกค้า

นายนรินทร์ โอภามุรธาวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปีนี้การระดมทุนของภาคเอกชนด้วยการออกหุ้นกู้ยังขยายตัวดี ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว โดยตลาดในช่วงนี้เอกชนสนใจระดมทุน ก่อนที่ดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นตามดอกเบี้ยของสหรัฐ ประกอบกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้นักลงทุนเริ่มทำแผนยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตามในเดือน มี.ค.นี้มีลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งจะออกหุ้นกู้วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท

นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดตราสารทุน บล.ภัทร กล่าวว่า ความต้องการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนในปีนี้ยังมีจำนวนมากในทุกอุตสาหกรรม เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของไทยยังต่ำกว่าประเทศอื่น เป็นผลดีกับภาคเอกชนที่ยังต้องการระดมทุนและบริหารต้นทุน ขณะที่แนวโน้มการออกหุ้นกู้ในระยะนี้เริ่มเห็นอายุที่เริ่มสั้นลง สาเหตุจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยกำลังเป็นขาขึ้น ทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาการลงทุนระยะสั้นที่มีผลตอบแทน

อย่างไรก็ตาม ไทยยังเป็นประเทศหนึ่งที่นักลงทุนต่างชาติสนใจ แต่น้อยกว่าความสนใจที่มีต่ออินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าและมีเสถียรภาพทางการเมืองมากกว่า ปัจจุบัน บริษัทจดทะเบียนของไทยมีความแข็งแกร่ง ฐานะดี และมีโอกาสขยายตัวอีกมาก หากบรรยากาศภายนอกทั้งเศรษฐกิจและการเมืองมีเสถียรภาพ เชื่อว่าไทยจะเป็นตัวเลือกแรกของนักลงทุนแน่นอน

ทั้งนี้ ล่าสุด บริษัท ซีพี ออลล์ เสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิไม่มีประกัน วงเงินรวม 1.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 2 แบบ คือ อายุ 2 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.55% และอายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 4.1% โดยแบบ 5 ปี ซีพี ออลล์มีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดเพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินทุน เปิดขาย 16-19 มี.ค.นี้ กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน โดยเป็นการจำหน่ายผ่านสถาบันการเงิน 6 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารธนชาต ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) และ บล.ภัทร

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ