
เคาะซื้อไฟฟ้าโซลาร์ค้างท่อ
บอร์ดพลังงานทดแทนไฟเขียวซื้อไฟชีวมวล-โซลาร์ค้างท่อ 56 โครงการ 413 เมกะวัตต์
บอร์ดพลังงานทดแทนไฟเขียวซื้อไฟชีวมวล-โซลาร์ค้างท่อ 56 โครงการ 413 เมกะวัตต์
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน มีมติอนุมัติตอบรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจำนวนทั้งสิ้น 56 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 413.81 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น 1.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนต่างๆ ที่ใช้ระบบอัตราส่วนเพิ่มรับซื้อไฟฟ้า (Adder) 31 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 201.31 เมกะวัตต์ และ 2.โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ซึ่งใช้ระบบรับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed-in-Tariff (FIT) 25 โครงการ กำลังการผลิตรวม 212.5 เมกะวัตต์
สำหรับการอนุมัติรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ค้างท่อ 25 โครงการ ในครั้งนี้ เมื่อรวมกับโครงการที่ตอบรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบ FIT ที่ได้อนุมัติก่อนหน้านี้ 25 โครงการ ทำให้มีปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น 350.8 เมกะวัตต์ และกระทรวงจะเร่งรัดให้มีการตอบรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากผู้ประกอบการที่ค้างอยู่ประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ เพื่อให้ผู้ประกอบการจ่ายไฟเข้าระบบในเดือนธ.ค. 2558 ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)
นายอารีพงศ์ ระบุว่า ในส่วนการอนุมัติซื้อไฟฟ้าจากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวล 15 โครงการ 90.58 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ 12 โครงการ 20.81 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าขยะ 4 โครงการ 27.8 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ยื่นข้อเสนอขายไฟฟ้าที่ค้างอยู่ก่อนหน้านี้ที่ กพช.จะมีมติให้หยุดรับซื้อไฟฟ้าระบบ Adder เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2557
ทั้งนี้ กพช.กำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าระบบ Adder กรณีชีวมวลที่ 30 สตางค์/หน่วย โรงไฟฟ้าขยะ 2.50 บาท/หน่วย และไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ 50 สตางค์/หน่วย
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานจะดำเนินการเร่งรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจากพลังงานขยะ ชีวมวล และก๊าซชีวภาพต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาจากขยะ และการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์เพิ่มรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ขณะเดียวกันกระทรวงยังมีนโยบายที่จะเข้าไปรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากขยะอุตสาหกรรมด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ
“การรับซื้อไฟฟ้าชีวมวลและก๊าซชีวภาพจะส่งเสริมให้มีการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกว่า 2.2 หมื่นตัน/วัน มาผลิตไฟฟ้า และยังเกิดการซื้อขายเชื้อเพลิงชีวมวลไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท/ปี และรองรับน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากโรงงานเกษตรอุตสาหกรรมอีกจำนวนมาก” นายอารีพงศ์ กล่าว







