
พีพีเอ็มลิ้งค์พ้นกฎห้ามขาย
MLINK รอดถูกจับไซเลนต์ฯ เข้าข่ายขายพีพีต่ำกว่า 90% ของราคาตลาดตามเกณฑ์ใหม่ของ ตลท.
MLINK รอดถูกจับไซเลนต์ฯ เข้าข่ายขายพีพีต่ำกว่า 90% ของราคาตลาดตามเกณฑ์ใหม่ของ ตลท.
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ได้รวบรวมข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเสนอขายหุ้นให้แก่นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) นับตั้งแต่ต้นปี 2558 จนถึงวันที่ 19 ก.พ. พบว่า มีหุ้นที่ได้เสนอขายแบบพีพี จำนวน 15 บริษัท ซึ่งบริษัทเหล่านี้ประกาศขายแบบพีพีก่อนที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะมีมติกำหนดระยะเวลาห้ามขาย (ไซเลนต์พีเรียด) เป็นเวลา 1 ปี สำหรับผู้ได้รับจัดสรรหุ้นพีพีในราคาต่ำกว่า 90% ของราคาตลาด
ทั้งนี้ บริษัททั้งหมด 15 บริษัทมีเพียง บริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (MLINK) เท่านั้นที่เสนอขายหุ้นพีพีในราคาต่ำกว่าตลาดเกิน 90% โดยเสนอขายหุ้นที่ราคา 1 บาท เปรียบเทียบกับราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 15 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 4.27 บาท
สำหรับนักลงทุนที่ได้รับการจัดสรรหุ้นพีพีของ MLINK ในราคาหุ้นละ 1 บาท ได้แก่ น.ส.ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง จำนวน 150 ล้านหุ้น นายสุธี ลัคนสุทิน จำนวน 120 ล้านหุ้น ได้เท่ากับนายสุรพงษ์ เตรียมชาญชัย ส่วนนายณัฐพงษ์ จันทเวทย์ศิริ และน.ส.รัตนา เปรมศิลป์ ได้คนละ 50 ล้านหุ้น กำหนดชำระเงินค่าหุ้นระหว่างวันที่ 26-30 ม.ค. ซึ่งหุ้นเริ่มเข้ามาซื้อขายใน ตลท. ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. 2558 ซึ่งในวันนั้นราคาหุ้นปิดที่ 3.74 บาท ถ้าหากนักลงทุนเหล่านี้ขายหุ้นในวันแรกก็จะได้รับกำไรมากกว่าเท่าตัว เช่น น.ส.ชมกมล ใช้เงินลงทุนจำนวน 150 ล้านบาท จะได้รับกำไรถึง 411 ล้านบาท ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน
ขณะเดียวกัน บริษัท เอเซีย จอยท์ พาโนราม่า (AJP) นับเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เสนอขายหุ้นพีพีให้ส่วนลดค่อนข้างสูงเช่นกัน โดยให้ส่วนลดถึง 39.5%
อย่างไรก็ตาม ในจำนวนหุ้นที่เสนอขายพีพีทั้งหมด มีจำนวน 3 บริษัท ที่หุ้นยังถูกห้ามการซื้อขาย เพราะอยู่ระหว่างแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอน (NPG) คือ บริษัท เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเม้นท์ (APX) บริษัท บลิส-เทล (BLISS) และบริษัท เคเทค คอนสตรัคชั่น (KTECH) ทำให้ไม่มีราคาตลาดอ้างอิงแต่อย่างใด
นอกจากนี้ การประกาศมาตรการมาดูแลการขายหุ้นพีพีของบริษัทจดทะเบียน พบว่า ยังมีบริษัทหลายแห่งยังใช้ช่องทางการระดมทุนด้วยวิธีนี้ เนื่องจากรวดเร็วกว่าการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบอื่นๆ แล้วยังเป็นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว
ล่าสุด บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เพิ่มทุนจำนวน 275,384,630 หุ้น แบ่งขายให้กับประชาชนทั่วไปและพีพีเท่ากันจำนวน 137,692,315 หุ้น แต่ยังไม่มีการกำหนดราคาขาย เพื่อนำเงินไปซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานร่วมจากบริษัท ปตท. (PTT) ขนาด 25 เมกะวัตต์ ซึ่ง PTT ลงทุนสร้างอยู่บนที่ดินของ BCP







