
กลุ่มปตท.กำไร83,772ล. PTTGCรับฝรั่งถือหุ้นลด
กลุ่ม ปตท.ขาดทุนถ้วนหน้าในไตรมาส 4 ฉุดทั้งปีกำไร 83,772 ล้านบาท หายวับ 57%
กลุ่ม ปตท.ขาดทุนถ้วนหน้าในไตรมาส 4 ฉุดทั้งปีกำไร 83,772 ล้านบาท หายวับ 57%
6 บริษัทในกลุ่ม ปตท.ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีกำไรสุทธิรวมกัน จำนวน 83,772 ล้านบาทในปี 2557 ลดลงจำนวน 113,437 ล้านบาท หรือ 57.52% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิทั้งหมด 197,209 ล้านบาทในปี 2556 เนื่องจากบริษัททั้ง 6 แห่ง มีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4 โดยเฉพาะบริษัท ปตท.ขาดทุนมากถึง 26,649 ล้านบาท ทำให้มีผลกำไรสุทธิลดลง 40% เหลือประมาณ 55,794 ล้านบาท มาจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ที่ขาดทุนหนักเกือบ 2.5 หมื่นล้านบาท คงเหลือกำไรสุทธิ 21,490 ล้านบาท
สำหรับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) และบริษัท ไทยออยล์ (TOP) ก็ประสบปัญหาขาดทุนมากถึง 4,000 ล้านบาทในไตรมาส 4 ภายหลังจากราคาน้ำมันดิบดูไบ
รูดลงแรงเหลือเฉลี่ยอยู่ที่ 74.4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานปกติ ไม่รวมขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน พบว่า บริษัทในกลุ่ม ปตท.ยังมีกำไรเติบโตที่ดี และมีความสามารถจ่ายเงินปันผลด้วย เช่น บริษัท ปตท.จะจ่ายอีกหุ้นละ 5 บาท หลังจากจ่ายระหว่างกาลแล้ว 6 บาท รวมทั้งปี 11 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนถึง 3.18% เทียบกับราคาหุ้นที่ 345 บาท และผู้บริหารทั้งเครือมองแนวโน้มผลการดำเนินงานจะดีขึ้นในปี 2558
นายปฏิภาณ สุคนธมาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี PTTGC เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติที่ถือหุ้น PTTGC ลดลงเหลือประมาณ 24% จากเดิมที่เคยถือประมาณ 30% เนื่องจากไม่มั่นใจถึงนโยบายการปฏิรูปพลังงานของรัฐบาลและราคาน้ำมันที่ลดลง ทั้งนี้หากเห็นความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวและโครงการลงทุนใหม่ของบริษัทมีความคืบหน้า เชื่อว่ามีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาถือหุ้นในระดับเดิม
นายปฏิภาณ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ทุกเดือนใน 6 ประเทศหลัก ซึ่งมีนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นอยู่ ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป
ด้านบริษัท ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันวงเงินไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท ให้กับบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) ที่ระดับ “A-” โดยแนวโน้มยัง “คงที่”







