
กระจายเสี่ยงท่องเที่ยว ดันอาเซียนโตถัวตลาด
หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงภาคการท่องเที่ยวของไทย ว่าจะผลักดันให้ “เน้นปริมาณ” หรือ “เน้นคุณภาพ” กันแน่
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงภาคการท่องเที่ยวของไทย ว่าจะผลักดันให้ “เน้นปริมาณ” หรือ “เน้นคุณภาพ” กันแน่ เพราะหลายตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว จนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยไม่สามารถบริหารจัดการได้
สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดปี 2555-2557 ของกรมการท่องเที่ยว ระบุว่า ปี 2555 และปี 2556 นั้น ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเติบโตขึ้นมากถึงปีละกว่า 60% เติบโตสูงกว่าตลาดนักท่องเที่ยวอาเซียน ซึ่งเติบโตเพียงปีละ 12-15% เท่านั้น
การเติบโตดังกล่าวยังส่งผลให้ในปี 2557 สัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนขยับขึ้นมาเป็น 18% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด สูงขึ้นจากที่เคยครองสัดส่วนแค่ 12% ในปี 2555 ไล่เทียบชั้นตลาดอาเซียนซึ่งครองสัดส่วนอยู่ 26.72%
สันติ ชุตินธรา รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย วิเคราะห์ว่า หากตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังเติบโตในระดับเดียวกับที่เป็นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีชาวจีนเดินทางมาไทยทะลุ 6 ล้านคน ในอนาคตตลาดจีนอาจขึ้นมาครองสัดส่วนถึง 20-30% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยทั้งหมด
อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยส่วนใหญ่ เป็นผู้ที่มาจากมณฑลอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวเมืองของจีน หลายคนอาจเป็นผู้ที่เพิ่งเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรก ทำให้อาจยังไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในต่างประเทศ
“เรามองว่าต้องหาตลาดอื่นมาแบ่งสัดส่วนตลาดจีนบ้าง เพื่อไม่ให้เราพึ่งพาจีนมากเกินไป กระจายความเสี่ยงไปยังตลาดอื่นๆ ของโลก”
ทั้งนี้ ตลาดหนึ่งที่มีศักยภาพทดแทนตลาดจีนได้ คือตลาดอาเซียน เนื่องจากมีภูมิศาสตร์ใกล้ชิดกับไทย และอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น หากพัฒนาจนสามารถเดินทางไปมาระหว่างกันได้สะดวกแล้ว จะต้องพัฒนาไทยให้มีฐานะเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ หรือ Weekend Destination ของเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับตลาดยุโรปตะวันออกด้วย เนื่องจากเติบโตต่อเนื่องตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้ปี 2557 ตลาดอื่นๆ จะหดตัวลง แต่ตลาดยุโรปตะวันออกยังเติบโตสวนทางมาได้ถึง 7%
ขณะเดียวกัน จะให้ความสำคัญกับตลาดอินเดียด้วย เพราะเดิมไทยมีชื่อเสียงในฐานะจุดหมายด้านการจัดงานแต่งงาน อาจขยายการท่องเที่ยวตลาดฮันนีมูนและการจัดงานแต่งงานเพิ่มขึ้น
สำหรับเรื่องการคุมคุณภาพนักท่องเที่ยว ต้องการให้ทุกฝ่ายที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหรือกฎระเบียบต่างๆ ของสถานที่ ปฏิบัติมาตรฐานเดียวกันแก่ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
ด้าน ดอน นาครทรรพผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่าการท่องเที่ยวไทยระยะสั้นคงจำเป็นต้องพึ่งพาตลาดจีน แต่ระยะยาวต้องดูมิติต่างๆ ของฝั่งอุปทานให้มากขึ้น เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน
1.ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว เช่น การขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 จะทันการเติบโตของนักท่องเที่ยวหรือไม่ 2.จำนวนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ปัจจุบันภูเก็ตมีสถานประกอบการไม่จดทะเบียนจำนวนมาก ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตไม่ทันซัพพลาย
“การท่องเที่ยวจะมีแนวโน้มไป 3 ทิศทาง ได้แก่ 1.ท่องเที่ยวระยะไกลมากขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันโลกลดลง 2.รองรับสังคมผู้สูงอายุ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงการแพทย์จะเติบโต 3.เป็นเชิงธุรกิจ อุตสาหกรรมไมซ์เติบโต”







