posttoday
ถอดบทเรียนซัมมิท พลิกธุรกิจครอบครัว สู่สากล

ถอดบทเรียนซัมมิท พลิกธุรกิจครอบครัว สู่สากล

20 กุมภาพันธ์ 2558

ธุรกิจครอบครัวของไทยหลายๆ องค์กรมีวัฒนธรรมการบริหารงานแบบอะลุ่มอล่วย และอยู่ใน Comfort zone

โดย...เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ

ธุรกิจครอบครัวของไทยหลายๆ องค์กรมีวัฒนธรรมการบริหารงานแบบอะลุ่มอล่วย และอยู่ใน Comfort zone แต่การค้าการลงทุนในปัจจุบันเป็นแบบไร้พรมแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะยิ่งสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวเพื่อให้เติบโตได้ในเวทีการค้าอย่างยั่งยืน

ผมมีโอกาสได้รู้จักผู้บริหารหนุ่มที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และเป็นหนึ่งในทายาทผู้ประกอบชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่กลุ่มซัมมิท โอโต้ บอดี้ “คุณกรกฤช จุฬางกูร” ในแง่มุมที่มากกว่าการพูดคุยทางธุรกิจในช่วงที่เคพีเอ็มจีให้คำปรึกษา ตรวจสอบความเป็นไปได้ และความน่าสนใจในการขยายธุรกิจไปอินโดนีเซีย วันนี้จึงอยากนำเสนอวิสัยทัศน์ในการปรับองค์กรธุรกิจรายนี้ เพื่อเป็นแง่คิดให้กับธุรกิจครอบครัวไทยนำไปปรับองค์กรเพื่อยกระดับสู่สากล

‘สร้าง’ และ ‘คว้า’ โอกาสธุรกิจ

การเข้าซื้อกิจการของบริษัทในประเทศอินโดนีเซีย เป็นก้าวที่เกิดขึ้นจากความพร้อมที่ลงตัว ทั้งด้านวิสัยทัศน์ของผู้นำคือ คุณกรกฤช บริษัท ทีมงานผู้บริหาร ที่ปรึกษา และที่สำคัญ คือ การได้ “คู่ค้า” ที่ลงตัว คุณกรกฤช “สร้าง” โอกาส จากการเตรียมความพร้อมภายในองค์กร โดย “เลือกใช้” บุคลากรให้ตรงกับทักษะความสามารถ เช่น การเลือกทีมงานในการขยายธุรกิจ และการได้ทีมที่ปรึกษาที่ตอบโจทย์การลงทุนของบริษัทได้ครบทุกแง่มุมเพื่อยึดความได้เปรียบทางธุรกิจ เช่น การศึกษาตลาด การประเมินมูลค่า การประเมินความคุ้มค่าการลงทุน และความเป็นไปได้ในการทำกำไร

แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้คุณกร กฤชตัดสินใจในการเลือกคู่ค้าอินโดนีเซียครั้งนี้ คือ “ความเชื่อใจได้” จากการไปพบเจ้าของและผู้บริหารของบริษัทเป้าหมายด้วยตนเอง ทำให้มั่นใจที่จะเดินหน้าขยายธุรกิจในครั้งนี้

ผู้บริหารรุ่นใหม่ เล่าว่า การไปอินโดนีเซีย เป็นการลงทุนที่สำคัญ และอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความท้าทายหลายด้าน มีความผันผวนของค่าเงิน และอยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง (ในขณะนั้น) แต่การได้เจอคู่ค้าที่เชื่อใจได้ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ซึ่งคุณกรกฤชไม่รีรอที่จะ “คว้า” โอกาสนั้นไว้

ต่อยอดธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

คุณกรกฤช เป็นทายาทรุ่นที่ 2 เมื่อถึงเวลาต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางวิธีคิดวิธีการทำงานที่แตกต่างของคนหลากหลายรุ่น โดยเฉพาะผู้บริหารรุ่นบุกเบิกธุรกิจกับคุณพ่อของคุณกรกฤช การจะนำแนวคิดแบบคนรุ่นใหม่มาปรับใช้กับองค์กรที่มีอายุมากกว่า 50 ปี จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก โดยเขามองว่า “การสื่อสาร” เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาบุคลากร ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารเป็นประเด็นสำคัญในการปรับองค์กร สร้างความไว้ใจและความเชื่อมั่นจากพนักงาน

คุณกรกฤช กล่าวว่า ในองค์กรมีผู้บริหารที่มีความสามารถหลากหลาย จึงมอบหมายภารกิจที่สำคัญ และกระจายอำนาจเพื่อให้ผู้บริหารได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงเปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ใช้วิธีผูกมิตรเข้าหาให้ถูกคน และใช้คนให้ถูกกับงาน เพื่อให้พนักงานได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่

ปรับโครงสร้างองค์กรเพิ่มคล่องตัว

แต่เดิมโครงสร้างองค์กรของบริษัทแบ่งระดับการบริหารไว้ 15 ขั้น ซึ่งบางส่วนเป็นงานที่ซ้ำซ้อน ทำให้การทำงานล่าช้า หรือไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ในขั้นแรก จึงปรับลดระดับการบริหารลงเหลือ 8 ขั้น แน่นอนว่า มีความท้าทายเกิดขึ้นในระยะแรกของการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกฝ่ายเห็นถึงผลดีจากการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ส่งผลทำให้กระบวนการทำงานรวดเร็วขึ้น และมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น พนักงานมีความสุขในการทำงานมากขึ้น

เน้นประสิทธิภาพ…ประเมินค่าเสียโอกาส

คุณกรกฤชให้ความสำคัญในการจัดทำบัญชีและงบการเงินให้เป็นสากล และนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมิน “ค่าเสียโอกาส” ซึ่งช่วยให้บริษัทเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ตัวอย่างที่มักหยิบขึ้นมาพูดคุยกับทีมผู้บริหาร คือ การลงทุนซื้ออุปกรณ์เพิ่มนั้นคุ้มกว่าการรอใช้อุปกรณ์เดิมที่มีอยู่ซึ่งไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เดิมทีในอุตสาหกรรมใช้วิธีประเมินการทำงานจากการวัดการใช้กำลังการผลิตของเครื่องจักร ซึ่งให้ภาพได้คร่าวๆ แต่การนำระบบบัญชีมาจับ “Lost time” ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ และมองเห็นโอกาสที่จะทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่วนการทำงบการเงินตามมาตรฐานบัญชี ทำให้บริษัทเห็นต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่แท้จริง

จะเห็นได้ว่า วิสัยทัศน์ของผู้บริหารรุ่นต่อไปในการจะนำพาบริษัทให้เป็นสากลเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจครอบครัว ซึ่งมีทางเลือกในการใช้เครื่องมือช่วยธุรกิจของตนมากมายในโลกของการค้าการลงทุนแบบเปิดเช่นนี้ ธุรกิจครอบครัวไทยมีศักยภาพ เรามีความได้เปรียบที่สามารถเติบโตได้ในอาเซียน และบางองค์กรมีศักยภาพที่จะโตไปมากกว่าอาเซียน

ท้ายนี้ผมอยากให้ท่านลองสร้างโอกาสให้กับตัวท่านเอง โดยการเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนองค์กรของท่านสู่ความเป็นสากล เหมือนที่ผู้บริหารหนุ่มคนนี้นำมาใช้จนประสบความสำเร็จ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ