posttoday
ThaiBMA ระบุหลายปัจจัยทำพันธบัตรไทยเข้มแข็งขายไม่หมด

ThaiBMA ระบุหลายปัจจัยทำพันธบัตรไทยเข้มแข็งขายไม่หมด

18 มิถุนายน 2553

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย มองพันธบัตรไทยเข้มแข็ง รุ่น 2 ขายไม่หมด เหตุมีหลายปัจจัยทั้งเลื่อนขาย 2 รอบ นักลงทุนหันไปลงทุนประเภทอื่นจังหวะหุ้นกู้ออกขายเยอะ รวมถึงจำกัดวงเงินซื้อ

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย มองพันธบัตรไทยเข้มแข็ง รุ่น 2 ขายไม่หมด เหตุมีหลายปัจจัยทั้งเลื่อนขาย 2 รอบ นักลงทุนหันไปลงทุนประเภทอื่นจังหวะหุ้นกู้ออกขายเยอะ รวมถึงจำกัดวงเงินซื้อ

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยถึงบรรยากาศความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ในขณะนี้ว่า ระดับของความสนใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ของผู้มีเงินออม และผู้ที่สนใจในตราสารหนี้ ต้องถือว่ายังคงมีอยู่ในระดับปกติ ไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด เนื่องจากเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนของเงินฝากแล้ว อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ยังคงมีความน่าสนใจสูงกว่า

สำหรับกรณีของพันธบัตรไทยเข้มแข็งรุ่น 2 จำนวน 100,000 ล้านบาท ที่เปิดให้จองซื้อแล้วปรากฏว่ามีการจองซื้อไม่ครบตามจำนวนที่ออกนั้น จริงๆแล้วน่าจะเป็นเพราะมีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผลการจองซื้อไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยปัจจัยแรก มองว่าเป็นเรื่องของช่วงจังหวะเวลาในการเปิดให้จองซื้อ ซึ่งมีการเลื่อนระยะเวลาลงมาถึง 2 รอบจากกำหนดเดิม ทำให้ผู้มีเงินออมส่วนหนึ่งนำเงินไปลงทุนในส่วนอื่นก่อนแล้ว เพราะเห็นว่าพันธบัตรรัฐบาลเลื่อนช้าลงไป  ขณะเดียวกันผลจากการเลื่อนระยะเวลาจองซื้อ ก็กลายเป็นว่ามาชนกับแผนการออกตราสารหนี้ของบริษัทเอกชนบางแห่งที่จ่ายดอกเบี้ยค่อนข้างสูง   จึงทำให้นักลงทุนมีการกระจายการลงทุนออกไปได้หลายทาง

ปัจจัยประการต่อมาก็คือเรื่องของอายุพันธบัตร  พันธบัตรไทยเข้มแข็งรุ่นปีที่แล้วมีอายุ 5 ปี  แต่ในรุ่น 2 นี้มีอายุ 6 ปี ซึ่งอาจส่งผลทางจิตวิทยาต่อกลุ่มผู้สูงอายุหรือกลุ่มผู้เกษียณอายุที่เป็นนักลงทุนเป้าหมายอาจจะมองว่าระยะเวลายาวนานไปก็ได้   เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระทรวงการคลังไม่เคยออกพันธบัตรออมทรัพย์ที่อายุเกิน 5 ปี 

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ThaiBMA กล่าวว่า สาเหตุสำคัญคือประการที่ 3 การกำหนดวงเงินในการจองซื้อต่อราย ที่กำหนดไว้ให้ไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย ซึ่งโดยเจตนาของกระทรวงการคลังต้องการที่จะให้พันธบัตรสามารถกระจายออกไปในประชาชนวงกว้างให้มากที่สุด ให้มีจำนวนรายมากที่สุด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ขณะเดียวกันก็มีผลทำให้คนที่ต้องการจองซื้อเกิน 1 ล้านบาท ไม่สามารถที่จะจองซื้อได้

“เท่าที่สอบถามทางธนาคารพาณิชย์ พบว่าถ้าดูในแง่ของดีมานด์หรือความต้องการซื้อแล้ว เชื่อว่าไม่ได้มีน้อยกว่าซัพพลาย เพียงแต่บางคนที่ต้องการซื้อ 5 ล้าน หรือ 10 ล้านบาทขึ้นไปนั้น ไม่สามารถที่จะซื้อได้ครบตามความต้องการ หรืออาจต้องกระจายซื้อหลายแบงก์ทำให้ไม่สะดวก   ทำให้กลายเป็นว่าคนที่มีกำลังซื้อสูงกว่า 1 ล้านบาท ไม่สามารถซื้อเกิน 1 ล้านบาทได้ ซึ่งหากมีการขยายวงเงินในการจองซื้อเป็นไม่เกินคนละ 5 ล้านบาท เชื่อว่าพันธบัตรจะขายได้หมด”น.ส.อริยา กล่าว

นอกจากดีมานด์ที่มีผู้สนใจจะซื้อแต่ไม่สามารถซื้อได้ครบตามจำนวนที่ต้องการเพราะติดเงื่อนไขวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทแล้ว หากมองในแง่ของอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรไทยเข้มแข็งเอง ก็ยังต้องถือว่าเป็นอัตราผลตอบแทนที่น่าพอใจสำหรับนักลงทุน เพราะหากเทียบกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลรุ่นปกติอายุ 6 ปี  ซึ่ง ณ วันนี้อยู่ที่  3.1 %  แล้ว   พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งรุ่นนี้จ่ายดอกเบี้ยเป็นขั้นบันได  3%-6%  หรือเฉลี่ยสูงถึง 4.17%   ดังนั้นหากมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องข้อจำกัดการลงทุน วงเงินพันธบัตร 1 แสนล้านนั้นอาจจะไม่พอกับความต้องการด้วย

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน