
ชสอ.ทุ่ม346ล. ปรับระบบคอมพ์ เทียบเท่าแบงก์
ชสอ. ทุ่ม 436 ล้านบาท ทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ป้อนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ยกระดับเทียบเท่าธนาคารพาณิชย์
ชสอ. ทุ่ม 436 ล้านบาท ทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ป้อนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ยกระดับเทียบเท่าธนาคารพาณิชย์
นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) เปิดเผยว่า ชสอ.ได้ลงทุน 436 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งพัฒนาระบบให้สามารถรองรับการขยายการให้บริการด้านการเงินในอนาคต โดยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระบบของธนาคารพาณิชย์ และรองรับการแข่งขันการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขณะเดียวกันจะเป็นการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ของเครือข่ายสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อรองรับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลด้วย
ทั้งนี้ ชสอ.มีเป้าหมายจะพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศ ให้ยกระดับเทียบเท่ากับระบบของธนาคารพาณิชย์ เช่น การทำธุรกรรมถอนเงินสดผ่านเครื่องกดเงินสดอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) การทำบัตรเครดิต การรับฝากจ่ายเงิน โอนเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
นายเฉลิมพล กล่าวว่า การลงทุนพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้ ชสอ.จะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด และเมื่อพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เสร็จสมบูรณ์แล้ว จะให้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์นำระบบไปใช้เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับสมาชิกสหกรณ์ ไม่ใช่ต่างคนต่างลงทุนด้านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำให้สมาชิกสหกรณ์ไม่มีอำนาจ ต่อรอง และมีค่าใช้จ่ายสูงมาก
“ขณะนี้ได้เชิญสมาชิกสหกรณ์ ออมทรัพย์เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อร่วมกันออกแบบระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับแต่ละสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยโปรแกรมที่ออกแบบจะมีความหลากหลายตามลักษณะอาชีพด้วย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี ระบบจะเสร็จสมบูรณ์” นายเฉลิมพลกล่าว
ขณะเดียวกัน ชสอ.ได้มีการพัฒนาเกณฑ์กำกับดูแลความมั่นคง (Prudential Standard) ของสหกรณ์ออมทรัพย์ขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการอ้างอิงเทียบเคียงที่จะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการด้านการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ พร้อมจัดเกณฑ์กำกับดูแลความมั่นคงของสหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย
นอกจากนี้ ในฐานะที่ ชสอ.เป็นองค์กรกลางของสหกรณ์ออมทรัพย์ มีภารกิจในการเป็นศูนย์กลางด้านการเงิน การศึกษา และการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนสหกรณ์ให้มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเอื้ออาทรต่อสังคมด้วยวิธีสหกรณ์ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนการสหกรณ์ตามหลักการสหกรณ์ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งและมีเสถียรภาพทางการเงินให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศประมาณ 1,400 แห่ง มีเงินฝากประมาณ 1-2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ทั้งประเทศ







