
ความท้าทาย ธุรกิจการบิน 2558
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
กล่าวกันว่าธุรกิจการบินของโลกไม่ใช่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ แต่เป็นธุรกิจที่ไม่ค่อยแสวงหากำไรนัก เนื่องจากผลตอบแทนการลงทุนต่ำมาก และมีเพียงไม่กี่สายการบินที่กำไรสม่ำเสมอทุกปี มหาเศรษฐีวอร์เรน บัฟเฟตต์ ถึงกับกล่าวว่า เข็ดไม่ซื้อหุ้นสายการบินอีกแล้ว
ในปี 2558 แนวโน้มธุรกิจการบินดีขึ้นมาก โดยคาดการณ์ว่าสายการบินทั่วโลกจะทำกำไรสุทธิเพิ่มจาก 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2557 เป็น 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากปัจจัยหลักหลายประการ
ประการแรก ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างมาก ทำให้ต้นทุนลดลงมาก เดิมต้นทุนค่าน้ำมันโดยเฉลี่ยสัดส่วนสูงถึง 30% ของต้นทุนทั้งหมด โดยเฉพาะกรณีสายการบินต้นทุนต่ำ ต้นทุนค่าน้ำมันอาจสูงถึง 50% ขณะที่ค่าโดยสารลดลงเพียง 5% ทำให้มีส่วนต่างกำไรเพิ่มขึ้น
ประการที่สอง การแข่งขันตัดราคามีแนวโน้มลดลง ทำให้หลายสายการบินล้มหายตายจากไป หรือควบกิจการกับสายการบินอื่น จนปัจจุบันเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 4 สายการบิน แต่ในทวีปเอเชียคาดว่าจะยังคงแข่งขันสูง เนื่องจากมีสายการบินใหม่ๆ จำนวนมาก
ประการที่สาม การเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ทำให้อุปสงค์เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจำนวนผู้โดยสารทั่วโลกจะขยายตัวมากถึง 7% ในปี 2558 และประการที่สี่ หลายสายการบินที่เผชิญวิกฤตได้พยายามแก้ไขสถานการณ์ เช่น การบินไทยและมาเลเซียแอร์ไลน์ส ได้เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ เป็นต้น
ความท้าทายในอนาคต ประการแรก ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะเปิดเสรีธุรกิจการบินระหว่างกันในอนาคต ซึ่งจะทำให้การแข่งขันรุนแรงมาก อาจต้องควบรวมกิจการสายการบินต่างๆ เข้าด้วยกัน และประการที่สอง สายการบิน 3 แห่งในตะวันออกกลาง คือ เอมิเรตส์ การ์ตา แอร์เวย์ส และเอติฮัด กำลังมาแรง เนื่องจากฐานะการเงินแข็งแกร่ง ดำเนินธุรกิจไม่เน้นแสวงหากำไรนัก ทำให้แย่งตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะเส้นทางบินระยะไกลข้ามทวีป ส่งผลกระทบอย่างมากกับสายการแห่งชาติของประเทศต่างๆ







