
40บริษัทรอเข้าตลาดหุ้น
“ชนิตร” ยันคุณภาพของหุ้นน้องใหม่ เปิดข้อมูลไอพีโอ 100 ตัวย้อนหลัง มีเพียง 5 ตัวต่ำจอง
“ชนิตร” ยันคุณภาพของหุ้นน้องใหม่ เปิดข้อมูลไอพีโอ 100 ตัวย้อนหลัง มีเพียง 5 ตัวต่ำจอง
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีบริษัทจำนวน 20 บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) และคาดว่าหลังปิดงบการเงินปี 2557 จะมีบริษัทเข้ามายื่นไฟลิ่งเพื่อเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) อีก 20 บริษัท ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทขนาดกลาง มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหรือมาร์เก็ตแคปประมาณ 1,000-3,000 ล้านบาท และจำนวนดังกล่าวยังไม่นับรวมกองทุนต่างๆ
รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า การพุ่งความสนใจไปยังจำนวนหุ้นเข้าใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้นอาจเป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะมองว่าประเทศไทยเต็มไปด้วยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และธุรกิจครอบครัว และเมื่อกลุ่มธุรกิจเหล่านี้สามารถใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุนได้น่าจะเป็นเรื่องดี
นอกจากนี้ จากการพิจารณาข้อมูลในปี 2557 มีการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นจำนวน 2 หมื่นล้านบาท และเพิ่มทุนอีก 1 หมื่นล้านบาท และในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ตลาด mai มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น จำนวนบริษัทจดทะเบียนจาก 36 บริษัท เพิ่มมาเป็น 130 ตัว ในจำนวนนี้นับรวมบริษัทที่ย้ายเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วย ซึ่งทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) เพิ่มขึ้นจาก 1.4 หมื่นล้านบาท มาเป็น 5 แสนล้านบาท ระดับอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พีอี) จาก 6 เท่า มาเป็น 50 เท่า
“หากพิจารณาหุ้นไอพีโอ 100 ตัวย้อนหลัง หรือประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 5 ตัวเท่านั้นที่ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาจอง การนำหุ้นไอพีโอเข้าตลาดหุ้นค่อนข้างได้รับการตอบรับที่ดี จนทำให้ตลาดหุ้นสิงคโปร์และตลาดหุ้นมาเลเซียถึงกับสอบถามว่าเราทำได้อย่างไร” นายชนิตร กล่าว
สำหรับขนาดมาร์เก็ตแคปหุ้นไอพีโอปีนี้น่าจะทำได้ตามเป้าหมาย 2.5 แสนล้านบาท เพราะเพียงครึ่งแรกของปีน่าจะมีประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท จากการเข้าตลาดหุ้นของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) และบริษัท แพลน บี มีเดีย (PLANB)
ทั้งนี้ ในเดือน ก.พ.นี้ จะมีหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) 3 บริษัท ได้แก่ PLANB เริ่มซื้อขายในวันที่ 17 ก.พ.นี้ บริษัท สแกน อินเตอร์ (SCN) วันที่ 23 ก.พ. และบริษัท เอส 11 กรุ๊ป (S11) วันที่ 25 ก.พ.นี้
นายชนิตร กล่าวว่า PLANB ดำเนินธุรกิจให้บริการและรับจ้างผลิตสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย (Out of Home Media) จะเข้าจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ เสนอขายไอพีโอ 2 บาท มูลค่าระดมทุน 1,795.22 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PLANB การนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นครั้งนี้จะช่วยเสริมให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำเสนอนวัตกรรมสื่อที่ทันสมัยอยู่เสมอ ตลอดจนเพิ่มปริมาณสื่อให้มีความหลากหลายครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยจะนำเงินที่ได้ไปขยายสื่อโฆษณาที่เป็นนวัตกรรมใหม่หลายประเภท ชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และนำไปใช้เป็นเงินหมุนเวียนและขยายธุรกิจในอนาคตเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทต่อไป
อย่างไรก็ตาม PLANB กำหนดช่วงราคาที่ 1.80-2 บาท และสรุปราคาเสนอขายที่ 2 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น 37.12 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสย้อนหลัง (1 ต.ค. 2556-30 ก.ย. 2557) บริษัทมีนโยบายการจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
ด้านผลงานของ PLANB งวดไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิ 39 ล้านบาท ลดลงจากที่มีกำไรสุทธิ 60 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน และรวม 9 เดือน มีกำไรทั้งสิ้น 125 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 104 ล้านบาท







