
ไอแบงก์จี้ติดลูกหนี้ กลุ่มจงใจทุจริต
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
เป็นเรื่องท้าทายสำหรับนายแบงก์ ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ที่จะต้องแก้ปัญหาหนี้เสียจำนวน 47,875 ล้านบาท หรือ 44% ของยอดสินเชื่อคงค้างแล้ว ยังต้องสอบสวนหาผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นอีกด้วย
ชัยวัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนหาผู้ที่ทำให้ไอแบงก์เสียหายหลายชุด โดยมีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานอัยการสูงสุด มาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งหากพบเจ้าหน้าที่ธนาคารมีส่วนทำให้ธนาคารเสียหายจะส่งให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ และกรณีที่พบหลักฐานว่ามีการทำธุรกรรมที่ทุจริต ธนาคารจะดำเนินคดีทางอาญา
ขณะเดียวกัน เมื่อเดือน ม.ค. 2558 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดของธนาคารแล้ว
ซึ่งจากประสบการณ์การเป็นผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ พบว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ ธปท.เข้าใจธุรกรรมทางการเงินเป็นอย่างดี และมีประสบ การณ์มากในการตรวจสอบธุรกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถเจาะลึกได้ดี
สำหรับแผนการแก้หนี้เสีย ได้แยกลูกหนี้เป็น 4 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 เป็นลูกหนี้ที่ไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหา หยุดกิจการไปแล้ว กลุ่มนี้เป็นพวกจงใจทุจริต มูลหนี้รวม 19,101 ล้านบาท คิดเป็น 49% ของหนี้เสียทั้งหมด กลุ่มนี้จึงอยู่ในเป้าหมายคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
กลุ่มที่ 2 เป็นลูกหนี้ที่ยังดำเนินกิจการอยู่และสามารถฟื้นตัวได้ มีมูลหนี้ 4,933 ล้านบาท คิดเป็น 12% ของหนี้เสียทั้งหมด กลุ่มนี้มีหลักประกันคุ้มมี 10 ราย มูลหนี้ 1,057 ล้านบาท และหลักประกันไม่คุ้มมี 5 ราย มูลหนี้ 3,876 ล้านบาท
กลุ่มที่ 3 คือ ลูกหนี้ที่กิจการฟื้นตัวได้ มียอดหนี้รวมกว่า 10,445 ล้านบาท มีหลักประกันคุ้มมูลหนี้ 24 ราย มูลหนี้กว่า 9,064 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมามีการปล่อยสินเชื่อให้เกินความจำเป็น หากสามารถเจรจาขอขายหลักประกันเพื่อเอามาชำระหนี้บางส่วนและยืดหนี้ได้ ก็ยังดำเนินธุรกิจได้ต่อ ที่ผ่านมาเรียกลูกหนี้ทั้งสองกลุ่มเข้ามาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ครบหมดแล้ว
ส่วนกลุ่มที่ 4 คือ กลุ่มที่ดำเนินการอยู่ แต่คงฟื้นตัวยาก เพราะกระแสเงินสดไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน มีมูลหนี้ราว 4,616 ล้านบาท คิดเป็น 12% ของหนี้เสียทั้งหมด ในนี้มี 7 ราย มูลหนี้ 3,127 ล้านบาท ที่มีหลักประกันไม่คุ้ม ส่วนที่เหลือ 18 ราย หลักประกันคุ้ม มูลหนี้รวม 1,489 ล้านบาท
สำหรับหลักของการแก้หนี้เสียจะเน้นปรับโครงสร้างหนี้และศึกษาการจัดตั้งเอเอ็มซีไปด้วย โดยลูกหนี้กลุ่มที่ 1 และ 2 คาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ได้ก่อน และหากจะตั้งเอเอ็มซี จะคัดลูกหนี้กลุ่มที่ 3 รวมทั้งกลุ่มที่ 1 ด้วย แต่ต้องดูกระบวนการฟ้องร้องด้วย
“ขอเตือนลูกหนี้ว่าอย่าเชื่อผู้บริหาร หรืออดีตผู้บริหารที่เที่ยวไปบอกลูกหนี้ว่าไม่ต้องใช้หนี้แล้ว โดยอ้างว่าแบงก์จะตั้งเอเอ็มซี แล้วจะยกหนี้ี้ให้ ขอย้ำว่าไม่เป็นความจริง และที่ผ่านมายังมีผู้พยายามปล่อยข่าวว่าแบงก์จะล้ม เพื่อกลบความผิดของตนเอง” ชัยวัฒน์ ระบุ
ทั้งนี้ ไอแบงก์ตั้งเป้าว่าไตรมาสแรกจะแก้หนี้ได้ 1.03 หมื่นล้านบาท และทั้งปีจะแก้ได้ 2 หมื่นล้านบาท ทำให้ดึงเงินกันสำรองกลับมาเป็นรายได้ราว 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2557 ยังขาดทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากตั้งสำรองหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่ม และมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ติดลบ 11-12%







