posttoday
สวทช.-สสส.เปิดตัวแอพฯใส่ใจพฤติกรรมการกิน

สวทช.-สสส.เปิดตัวแอพฯใส่ใจพฤติกรรมการกิน

16 กุมภาพันธ์ 2558

สวทช.-สสส.เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “FoodiEat” บันทึกพฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้ใช้

สวทช.-สสส.เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “FoodiEat” บันทึกพฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้ใช้

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่โรงแรมเดอะสุโกศล ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “FoodiEat” แอพฯไทยใส่ใจสุขภาพ จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับ 4 หน่วยงานด้านโภชนาการได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมอนามัย เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภครวมถึงการออกกำลังกายที่ถูกต้อง

รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสุขภาพอันเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องและออกกำลังกายไม่เพียงพอ จึงได้สนับสนุนโครงการส่งเสริมสุขภาพในรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งแอพพลิเคชั่นดังกล่าวนอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นประโยชน์ในเชิงนโยบาย สำหรับการสร้างฐานข้อมูลโภชนาการอาหารไทย

นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า 34% หรือ 1 ใน 3 ของคนไทยนั้นเป็นโรคอ้วน ซึ่งถือเป็นปัญหาสากลในหลายประเทศ เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ อาทิ การบริโภคอาหารจานด่วน เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และการทำงานที่มีการใช้แรงน้อยลง ทาง สวทช. โดยเนคเทค ต้องการร่วมรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น “FoodiEat” ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 โดยสามารถบันทึกพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และคำนวณค่าพลังงานที่เผาผลาญในแต่ละวัน เมื่อพบว่ามีการตอบรับที่ดีและมองเห็นถึงประโยชน์ ในปี พ.ศ.2555 ทาง สสส. จึงให้งบประมาณสนับสนุนเพื่อต่อยอดการพัฒนา พร้อมทั้งการอนุเคราะห์ข้อมูลฉลากและคุณค่าทางโภชนาการจาก 4 หน่วยงานด้านโภชนาการ ซึ่งนอกจากนี้ข้อมูลพฤติกรรมโภชนาการของผู้ใช้งาน จะเป็นคลังข้อมูลสำคัญที่สามารถนำมาใช้ต่อยอดในงานวิจัย เพื่อปรับปรุงและพัฒนานโยบายด้านสุขภาพของประชากรไทยต่อไป

ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส. กล่าวเพิ่มว่า สาเหตุการตายที่มาจากโรคไม่ติดต่อนั้นกว่า 70% เป็นผลมาจากโรคอ้วน ซึ่งถือเป็นภาระการรักษาที่มหาศาล และทาง สสส. ได้เห็นถึงเทรนด์การใช้เทคโนโลยีโดยเฉพาะในสมาร์ทโฟน ซึ่งพบว่าแอพฯลักษณะเดียวกันที่มีอยู่ในท้องตลาดนั้นใช้ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีฐานข้อมูลของอาหารไทย จึงจำเป็นที่จะต้องมีแอพฯของไทยเอง ซึ่งนอกจากแอป FoodiEat แล้ว ทาง สสส. ยังร่วมพัฒนาแอพฯเพื่อสุขภาพสำเร็จไปแล้วอีก 4 แอพฯได้แก่ Plan money วางแผนการเงิน, Bike route แนะเส้นทางปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ, Snap’n bite ช่วยลดน้ำหนัก และ DoctorMe แนะนำวิธีเยียวยาการเจ็บป่วยเบื้องต้น โดยมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 4 แสนครั้ง

นางชนิพรรณ บุตรยี่ รองผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ ม.มหิดล กล่าวว่า ทางสถาบันฯ ได้สนับสนุนข้อมูลจากฐานข้อมูลโปรแกรมการคำนวณคุณค่าสารอาหาร INMU-CAL ที่ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้แอพฯดังกล่าวมีความถูกต้องด้านข้อมูลวิชาการและเหมาะสมกับคนไทย

น.ส.ทิพย์วรรณ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักอาหาร อย. กล่าวว่า ประเทศไทยนั้นมีประชากรเป็นโรคอ้วนอันดับที่ 2 ของประเทศอาเซียน ซึ่งโจทย์คือต้องทำให้ประชาชนเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย โดยต้องทำให้รู้ว่า 1.กินได้เท่าไร 2.กินไปเท่าไร เหลืออีกเท่าไร 3.ต้องออกกำลังกายเท่าไร ซึ่งทาง อย. ได้สนับสนุนข้อมูลฉลากอาหารกว่า 3,000 ผลิตภัณฑ์และเพิ่มเติมอีกในอนาคต เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสแกนบาร์โค้ดและบันทึกข้อมูลการบริโภคได้ง่ายขึ้น

นางสุจิตน์ สาลีพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวว่า ในส่วนของกรมอนามัย โดยสำนักโภชนาการ ได้สนับสนุนข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของอาหารจานเดียวที่คนนิยมทั่วไป เช่น ข้าวมันไก่, ข้าวกระเพรา, ขนมจีน, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ, ผัดไทย และผลไม้ทั่วไป ซึ่งจากความเข้าใจของบางคนที่ว่าทานผลไม้เพื่อลดน้ำหนักนั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจากผลไม้บางชนิดให้พลังงานที่สูง จึงอยากให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติในการทานตามหลักโภชนาการที่ถูกต้อง

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69