
กสทช.ยังอยู่-4จีเกิดแน่ ‘พรชัย’ การันตี
กว่า 6 เดือนที่ พรชัย รุจิประภา ก้าวเข้ามานั่งในตำแหน่ง รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) หลายคนเห็นว่าผลงานดูเหมือนจะเงียบเหงา แต่ความเป็นจริงแล้วมีการดำเนินการหลายอย่าง
กว่า 6 เดือนที่ พรชัย รุจิประภา ก้าวเข้ามานั่งในตำแหน่ง รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) หลายคนเห็นว่าผลงานดูเหมือนจะเงียบเหงา แต่ความเป็นจริงแล้วมีการดำเนินการหลายอย่าง
ตั้งแต่มารับตำแหน่ง สิ่งที่ทำไปแล้วมีภารกิจอะไรบ้าง
จริงๆ ตอนนี้มันอยู่ในขั้นตอนการทำ หลายๆ อย่างที่เริ่มแรกตั้งแต่มาก็ทราบดีนะว่าหน่วยงานแต่ละหน่วยทะเลาะกัน ต่างคนต่างทำ เริ่มแรกเข้ามาก็มาจัดทัพกัน จัดทัพให้เขาได้คุยกัน ที่ทำสำเร็จและภูมิใจตอนนี้ ต้องบอกว่าทำให้บริษัท ทีโอที กับบริษัท กสท โทรคมนาคม เขาคุยกัน เมื่อก่อนผมเคยทำงานร่วมกับเขามา เขาทะเลาะกัน ไม่เคยคุยกัน ไปที่ไหนก็แข่งกันตลอด แต่ตอนนี้อย่างน้อยเราทำให้เขาคุยกันได้ ทาง
ผู้บริหารระหว่างประธานกับประธาน อย่างน้อยให้ซีอีโอคุยกันและแก้ปัญหากัน
ตอนนี้ก็ถือว่าสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง แต่ว่าส่วนใหญ่โอเคแล้ว เขาก็เริ่มคุยกัน นั่งคิดแผนเดียวกัน
พูดถึง กสทฯ กับ ทีโอที แล้ว ตอนนี้วางภารกิจสองหน่วยงานอย่างไร
จริงๆ ตอนนี้เป็นไปตามมติซูเปอร์บอร์ด มีการจัดธุรกิจเป็น 6 แท่ง เรื่องบรอดแบนด์ เรื่องโมบายอะไรต่างๆ เสร็จแล้ว โอเคว่ากระทรวงต้องจ้างที่ปรึกษาเข้ามาทำเรื่องการปรับปรุงฟื้นฟูกิจการภายใต้ซูเปอร์บอร์ด ซึ่งอยู่ภายใต้การที่กระทรวงกำลังหาบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาดูแล
ธุรกิจบางอย่างก็อาจตั้งบริษัทลูกแล้วมาทำธุรกิจด้วยกันประมาณนี้ ตอนนี้คงต้องรอที่ปรึกษาเข้ามาเคลียร์ หลักคิดก็คล้ายๆ โครงข่าย พอไปเนชั่นแนลบรอดแบนด์แล้วทางแคทก็มีโครงข่าย ทีโอทีก็มีโครงข่าย เขามีโครงข่ายที่จะเอามากองรวมกัน แล้วอาจจะตั้งบริษัทลูกยังไงต้องมาดู
ทั้งสองหน่วยคือผู้ร่วมถือหุ้น ลงทุนด้วยกัน แล้วเอกชนเข้ามา คือมาเช่าโครงข่ายนี้?
อาจจะเข้ามาเช่าโครงข่ายหรือมาร่วมลงทุนก็ได้ มันเป็นในรูปคล้ายๆ บริษัทกำกับต่างๆ ลักษณะนั้น หรือจะไปหาอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์มาทำต่อก็ได้ เพื่อเป้าหมายให้วางทั่วถึง พอเป็นเอกชนทำบางจุดเขาไม่วาง อย่างในพื้นที่ทราฟฟิกไม่เยอะเขาก็ไม่วาง มันกลายเป็นว่าบางเมืองเกินความต้องการ 30-40 เท่า บางเมืองไม่มีเลย นี่เป็นแนวทางที่เราจะไปสู่ดิจิทัล อีโคโนมี
ในส่วนของทีโอทีเขายังมีทรัพย์สินอยู่ ขณะนี้เรากำลังจ้างที่ปรึกษามาดูเพื่อว่าทำยังไงจะลดรายจ่ายให้ได้และเพิ่มรายได้
สัญญาต่างๆ ของเอกชนที่เป็นคู่สัญญาที่จะหมดสัญญาตอนนี้มีแนวนโยบายอย่างไร
ตอนนี้ผมให้แนวนโยบายว่าให้รีบไปเคลียร์ เจรจากันได้ก็เจรจา โดยหลักให้ไปเจรจา ในแง่ของเราเองผมก็แบ็กเขาอยู่ ขณะนี้ก็มีแนวโน้มที่ดี เจรจากันไปก็มีแนวโน้มที่ดีหลายๆ เรื่อง ก็ตกลงกันได้ บางบริษัทเขาบอกเขาไม่ได้อยากฟ้อง แต่ว่ามันมีประเด็นเรื่องผู้ถือหุ้นอะไรต่างๆ อันไหนที่มันพอเจรจายอมกันได้ก็ยอม เพราะว่าพอเป็นความกัน ทรัพย์สินมันจะเข้าไปใช้ไม่ได้ แล้วปัญหากลายเป็นว่าพวกนั้นมันเสื่อมค่าลงไปเรื่อยๆ แล้วมันก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็มาเจรจา แต่ผลตอบแทนมันต้องสมน้ำสมเนื้อทั้งสองฝ่าย รัฐก็ต้องได้ เอกชนต้องได้ ก็มาคุยให้จบ เหมือนกับว่าเมื่อก่อนทั้งแคททั้งทีโอทีเขาโดดเดี่ยว รัฐไม่ได้ช่วย ตอนนี้โอเค คุณไปเลยผมหนุนเต็มที่ ซึ่งพอเป็นอย่างนี้ในแง่เอกชนก็อ่อนลงเขาก็มาเจรจา
หลักคิดของรัฐมนตรีเมื่อหมดอายุไป สิ่งเหล่านั้นต้องเริ่มไปประมูลใหม่
ก็ต้องไปจัดการกันใหม่ อันนี้หมายความว่าอันไหนเป็นทรัพย์สินก็ต้องเป็นทรัพย์สิน ก็เอามาดูกัน เรื่องการใช้ประโยชน์
พูดถึงตัว 1800 900 ที่จะนำไปสู่การประมูลนโยบาย 4จี จะทำอย่างไร
อันนี้แล้วแต่ คสช. คือท่านดูนโยบายตรงนั้น ให้อิสระกับเขา ในหลักการหมายความว่าทีโอทีกับแคทเองเขาก็มีโครงข่ายที่ต้องใช้กับด้านสังคม เรื่องสาธารณสุข การศึกษา เพราะฉะนั้นไอเดนติฟายให้ชัดว่าอันไหนใช้เพื่อสังคม อันไหนใช้เพื่อพาณิชย์ เพื่อพาณิชย์ก็ต้องคืนเขาไป เพราะกฎหมายของ กสทช.ดูอยู่ ส่วนอันไหนที่เป็นเรื่องของสังคมอะไรต่างๆ ก็ต้อง
ไอเดนติฟายมาให้ชัดเจน
ดูท่าทางการประมูลจะเห็นในรัฐบาลนี้ไหม
ผมไม่บอก แต่เชื่อว่าในรัฐบาลนี้แหละ 4จี ก็น่าจะทัน เวลามันใช้ 6 เดือนเอง ไม่มีปัญหา มั่นใจว่าระบบประมูล 4จี น่าจะได้ ในแง่ของผม ผมว่าประเทศมันต้องก้าวต่อ เพราะฉะนั้น 4จี ก็เป็นเครื่องมือหนึ่ง แต่การดำเนินงานของ กสทช.เขาจะทำเมื่อไร จะเริ่มเมื่อไรเขาต้องไปขอ คสช.
กสทช.ดูเหมือนเป็นหน่วยงานในกำกับของไอซีที
ไม่ๆ เขาเป็นหน่วยงานอิสระ ถ้าดู พ.ร.บ.ของ คสช.ยังอยู่ แก้ไม่กี่ประเด็น 1.เรื่องการแยกคลื่นอย่างชัดเจนว่า คลื่นไหนสาธารณะ การศึกษา สาธารณสุข มหาดไทย ส่วนคลื่นพาณิชย์ทั้งหมด กสทช.เอาไปประมูลได้ทั้งหมด เป็นอำนาจของเขาเหมือนเดิม
2.พ.ร.บ.เดิมกรรมการใหญ่ 11 ท่าน กรรมการย่อย 2 ชุด บรอดแบนด์กับบรอดคาสต์ ก็เพียงแต่ว่าตัดออกให้เหลือชุดเดียว เพราะตามหลักการของกรรมการเนี่ยมติต้องมาจาก 11 คน ไม่ได้มาจาก 5/5 การตัดสินใจมาจากบอร์ดใหญ่บอร์ดเดียว
3.เรื่องกองทุน ซึ่งเรื่องกองทุนนี้ กสทช.ใช้ไปเท่าไร เหลือเท่าไร ขณะเดียวกันใน พ.ร.บ.มันก็มีเรื่องอื่นที่เขียน เรื่องนวัตกรรมที่ต้องใช้เงินของ กสทช. สื่อสร้างสรรค์ เขาก็ตัดตัวนี้ออกไป เสร็จแล้วเหลือเท่าไรต้องคืนคลัง โดยจะมาดูว่าของดิจิทัลจะใช้เท่าไร เซตมาเป็นงบใช้จ่ายของหน่วยงาน ที่เหลือส่งเข้าคลังทั้งหมด







