posttoday
ถึงเวลาลงทุนในน้ำมันแล้วหรือยัง

ถึงเวลาลงทุนในน้ำมันแล้วหรือยัง

16 กุมภาพันธ์ 2558

สวัสดีครับ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ซึ่งหลักๆ แล้วมาจากในเรื่องของอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ซึ่งหากเป็นเหมือนในอดีตจะพบว่า เมื่อไรก็ตามที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นมากจนเกิดความเสี่ยงว่าจะเกิดอุปทานส่วนเกินในตลาด และมีแนวโน้มที่จะกดดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแล้วนั้น กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ซึ่งเสมือนผู้ผูกขาดการผลิตน้ำมันอย่าง OPEC จะลดกำลังการผลิตลงเพื่อให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นและรักษาส่วนแบ่งการตลาดให้แก่กลุ่ม

สวัสดีครับ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ซึ่งหลักๆ แล้วมาจากในเรื่องของอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ซึ่งหากเป็นเหมือนในอดีตจะพบว่า เมื่อไรก็ตามที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นมากจนเกิดความเสี่ยงว่าจะเกิดอุปทานส่วนเกินในตลาด และมีแนวโน้มที่จะกดดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแล้วนั้น กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ซึ่งเสมือนผู้ผูกขาดการผลิตน้ำมันอย่าง OPEC จะลดกำลังการผลิตลงเพื่อให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นและรักษาส่วนแบ่งการตลาดให้แก่กลุ่ม

แต่อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้ต่างจากสถานการณ์ในอดีต เนื่องจากอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากการผลิตน้ำมันของสหรัฐที่มีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 1.6 ล้านบาร์เรล/วัน โดยเฉพาะ Shale Oil ซึ่งสร้างแรงกดดันให้กลุ่ม OPEC ที่อาจถูกแย่งส่วนแบ่งการตลาดของน้ำมันดิบให้ปรับลดลง ส่งผลให้กลุ่ม OPEC รวมถึงซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังการผลิตน้ำมันสูงสุดในกลุ่ม OPEC ตัดสินใจไม่ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน เพื่อแสดงท่าทีและไม่ยอมสูญเสียส่วนแบ่งตลาดระดับโลก ซึ่งแตกต่างกับในอดีตที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกังวลว่าอาจมีอุปทานน้ำมันส่วนเกินเกิดขึ้นในอนาคต และกดดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดปรับลดลง

สำหรับในมุมมองของผม ผมมองว่าราคาน้ำมันในขณะนี้เริ่มน่าจะทรงตัวได้และเริ่มมี Downside Risk ที่ราคาจะปรับลดลงมากขึ้น เพราะหากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานของราคาน้ำมันดิบที่แท้จริงแล้ว จะพบว่าแม้เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันยังคงเติบโตอย่างช้าๆ ทำให้ความต้องการบริโภคน้ำมันอาจไม่ได้เติบในอัตราเร่งมากนัก แต่ปริมาณการผลิตน้ำมันที่มีแนวโน้มจะทรงตัวได้มากขึ้น หลังจากที่ตัวเลขการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ (Rig Count) เริ่มปรับลดลงในเดือน ม.ค. 2558 ทำให้ตลาดคาดหมายว่าปริมาณน้ำมันในสินค้าคงคลังของสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวลดลงตาม ซึ่งจะช่วยลดทอนปริมาณการผลิตน้ำมันในระบบเศรษฐกิจให้ลดลง

ขณะที่ในด้านของราคาน้ำมันเอง จะพบว่าราคาในปัจจุบันที่ประมาณ 46-50 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้ปรับลดลงมามากจนใกล้แตะระดับราคาต่ำสุดของราคาน้ำมันในอดีต รวมทั้งเป็นระดับราคาใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิตน้ำมันของสหรัฐและหลายๆ ประเทศที่อยู่ประมาณ 40 ดอลลาร์/บาร์เรล ทำให้ผู้ผลิตบางแห่งน่าจะชะลอการแข่งขันและปรับลดปริมาณการผลิตลงเพื่อประคับประคองกำไรจากการดำเนินงาน ความขัดแย้งระหว่างประเทศของกลุ่ม ไอเอสและจอร์แดน ประกอบกับการประท้วงของกลุ่มสหภาพแรงงานในสหรัฐเพื่อเรียกร้องค่าแรงและสวัสดิการที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องขึ้นอยู่กับท่าทีของการแข่งขันและความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศของทางสหรัฐและกลุ่ม OPEC ที่จะหาข้อสรุปและยุติการแข่งขันการผลิตน้ำมันได้ลงตัวรวดเร็วเพียงใด รวมถึงระยะเวลาในการหยุดประท้วงของสหภาพแรงงานของสหรัฐในโรงกลั่นน้ำมันที่กดดันเพื่อขอขึ้นค่าแรงว่าจะสำเร็จเร็วแค่ไหน ซึ่งในความคิดผม ผมประเมินว่าระดับราคาน้ำมันที่เหมาะสมในช่วงเวลาใกล้ๆ นี้ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 60-70 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ในระยะยาว ราคาน้ำมันดิบอาจขยับขึ้นอยู่ในกรอบประมาณ 70-80 ดอลลาร์/บาร์เรล

และด้วยมุมมองที่ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบน่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปเรียบร้อยแล้ว และ Downside Risk ของราคาน้ำมันดิบเริ่มจำกัดมากขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงจากปริมาณความต้องการบริโภคน้ำมันที่ไม่ได้เติบโตเร็วมากนักและความเสี่ยงต่อปริมาณการผลิตน้ำมันที่ยังไม่ลงตัว ทำให้ผมแนะนำว่า กลยุทธ์การลงทุนในน้ำมันดิบช่วงนี้ ควรเน้นการลงทุนเชิงรุก เพื่อสร้างผลตอบแทนเป้าหมายจากการลงทุนในช่วงที่ตลาดแกว่งตัวตามจังหวะราคาน้ำมันดิบ หากนักลงทุนสนใจ บลจ.วรรณ เปิดขายวรรณ แอคทีฟ 6 ฟันด์ (ONE-ACTIVE6) วันที่ 11-18 ก.พ. 2558 สอบถามได้ที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และสนับสนุนธุรกิจหมายเลข 02-659-8888 ต่อ 1 ครับ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69