posttoday
เศรษฐกิจไทยกับทิศทางค่าเงินบาท

เศรษฐกิจไทยกับทิศทางค่าเงินบาท

16 กุมภาพันธ์ 2558

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 32.50-32.80 บาท ในสัปดาห์นี้

โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 32.50-32.80 บาท ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เราเห็นตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. เงินบาททรงตัวได้ดีและได้รับแรงหนุนจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลอย่างต่อเนื่อง ตามราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งเรามองว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะยังเกินดุลสูงในไตรมาสแรก และหนุนให้ค่าเงินบาทยังยืนต่ำกว่าระดับ 33.00 บาท/เหรียญสหรัฐได้ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทอาจเคลื่อนไหวได้มากกว่า 20 สตางค์/วัน เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการเจรจาหนี้ของกรีซกับยูโรโซนที่ยังกดดันความเชื่อมั่นอยู่

อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากรีซและยูโรโซนน่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการประนอมหนี้ของกรีซได้ในการประชุมกันวันนี้  เนื่องจากทั้งสองฝ่ายล้วนไม่อยากให้ปัญหานี้ต้องจบลงด้วยการที่กรีซออกจากยูโรโซน ประกอบกับเวลาในการเจรจาเหลือน้อยแล้ว เนื่องจากภายหลังการเจรจา แต่ละประเทศจะต้องนำเรื่องเข้าขออนุมัติจากรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อให้สามารถปล่อยเงินกู้ให้กรีซต่อได้ ซึ่งภายใต้ความตกลงในปัจจุบัน เงินช่วยเหลือที่กรีซได้รับจาก ทรอยก้า (องค์กร 3 แห่ง คือ IMF ธนาคารกลางยุโรป และสหภาพยุโรป) จะหมดอายุลงในวันที่ 28 ก.พ. และกรีซยังมีหนี้ที่ต้องชำระในเดือน มี.ค.อีกกว่า 6,000 ล้านยูโร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันผู้นำกรีซอยู่ รวมทั้งสกุลเงินทั่วโลก

นอกจากนี้ ปัจจัยในประเทศที่อาจเข้ามากดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ คือ การประกาศจีดีพีไทยไตรมาส 4 ที่จะออกมาในวันนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.1% หลังจากที่ขยายตัวได้ 0.6% ในไตรมาส 3 ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 0.7% ในปี 2557 ต่ำกว่า 2.9% ในปี 2556 ซึ่งหากจีดีพีออกมาต่ำกว่าคาด อาจทำให้นักลงทุนหันมาคาดการณ์ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มี.ค.

นอกจาก ธปท. แล้ว ธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางอังกฤษจะออกบันทึกการประชุม ซึ่งนักลงทุนจะจับตาว่ามุมมองของทั้งสองธนาคารมีความกังวลต่อเงินเฟ้อที่ลดลงแค่ไหน ส่วนตลาดเอเชียส่วนใหญ่จะปิดทำการเนื่องในวันตรุษจีน ซึ่งอาจทำให้ตลาดคึกคักน้อยลงและสภาพคล่องอาจลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ ถึงแม้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงไป แต่เรามองว่าแนวต้านสำคัญที่ 32.65 และ 32.80 จะสามารถรองรับการเคลื่อนไหวของเงินบาทได้

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างหนักในช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ เดือน ม.ค. ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.57 แสนตำแหน่ง จากที่ตลาดคาดที่ 2.28 แสน นอกจากนี้ ตัวเลขของเดือน ธ.ค. ยังได้รับการปรับขึ้นมาที่ 3.29 แสน เพื่อสะท้อนการจ้างงานที่ดีขึ้นกว่าตัวเลขเบื้องต้นอีกด้วย นักลงทุนจึงเข้าซื้อเงินดอลลาร์อย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นนักลงทุนแย่ลงและหันมาจับตาการประชุมระหว่างกรีซและยูโรโซนเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซแทน ส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐถูกเทขายออกมา เช่นเดียวกับสกุลเงินประเทศเกิดใหม่ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างชาติเทขายพันธบัตรกว่า 4,400 ล้านบาท แต่เข้าซื้อหุ้นกว่า 1,700 ล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงไปที่ 32.73 แต่ยังไม่หลุดแนวต้านสำคัญที่ 32.709 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย 100 วันไปได้ อย่างไรก็ตาม เงินบาทกลับมาแข็งค่าและปิดตลาดที่ 32.61 เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลลง

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย