
แอสปายคอนโดหลุดบ่วงคดี
ศาลปกครองตัดสิน แอสปาย งามยื่นขอก่อสร้าง อีไอเอถูก ลุยขายต่อ หลังยอดคืนเพียบ พร้อมเร่งสร้าง หวังโอนต้นปี’59
ศาลปกครองตัดสิน แอสปาย งามยื่นขอก่อสร้าง อีไอเอถูก ลุยขายต่อ หลังยอดคืนเพียบ พร้อมเร่งสร้าง หวังโอนต้นปี’59
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาคดีที่ผู้อยู่อาศัยในซอยชินเขต 11 รายยื่นฟ้องบริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ในเครือบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมแอสปาย งามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน (คชก.)ฐานจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และขอใบอนุญาตก่อสร้างไม่ถูกต้องตามขั้นตอน โดยศาลได้ตัดสินว่าคอนโดแอสปายจัดทำรายงานอีไอเอและขอใบอนุญาตก่อสร้างถูกต้องแล้ว
นอกจากนี้ ศาลได้ตัดสินใจให้ กทม.จ่ายค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้อง จำนวน 7 ราย ซึ่งเป็นผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงโครงการแอสปาย งามวงศ์วาน เป็นเงินคนละ 35,503.42 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ภายใน 60 วัน ซึ่งหาก กทม.ต้องการอุทธรณ์ให้ยื่นเรื่องภายใน 30 วัน
นายสุธี กล่องมงคลกิจ ตัวแทนจากบริษัท เดอะแวลู พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ในเครือบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมแอสปาย งามวงศ์วาน กล่าวว่า เดิมมีผู้เสียหายร่วมฟ้องร้องทั้งหมด 39 ราย แต่ได้ถอนฟ้องไป 22 ราย ส่วนที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเพียง 7 คน เนื่องจากผู้เสียหายท่านอื่นไม่ได้ร้องขอให้มีการชดใช้ค่าเสียหายจากการก่อสร้างโครงการแอสปาย งามวงศ์วาน
ขณะที่ นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการเมื่อปี 2554 ที่อาจส่งผลกระทบกับชุมชนรอบข้าง แต่บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากมีคำพิพากษาของศาลปกครองกลางออกมาอย่างเป็นทางการ โครงการแอสปาย งามวงศ์วาน จะสามารถดำเนินการพัฒนาโครงการได้ตามปกติ ภายใต้การควบคุมดูแลของสำนักงานเขตหลักสี่ และยืนยันว่าได้ดำเนินการทุกอย่างอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ โครงการแอสปาย งามวงศ์วาน เป็นคอนโดมิเนียมจำนวน 2 อาคาร ความสูง 28 ชั้น จำนวน 1,458 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท งานก่อสร้างโครงสร้างเสร็จไปแล้ว 90% และงานตกแต่งภายในเสร็จไปแล้ว 59% คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 2559 จากแผนเดิมคือปี 2556 โดยบริษัทได้กลับมาขายโครงการนี้อีกครั้งตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา ราคาขายเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท หรือราคาขายเฉลี่ย 5.6 หมื่นบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.)
ด้านตัวแทนจากสำนักงานเขตหลักสี่ กทม. กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ เพราะต้องรอให้ผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้พิจารณา โดยโครงการแอสปาย งามวงศ์วาน เป็นอาคารสูงแห่งแรกของเขตหลักสี่ ซึ่งประเด็นที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ทำงานล่าช้า แต่ด้วยอำนาจหน้าที่ที่มีจำกัด จึงอาจไม่สามารถลงโทษผู้พัฒนาโครงการที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว และอาจจะปฏิบัติหน้าที่งานจริงเกินเวลาก่อสร้างที่ได้แจ้งไว้ ต้องให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้อำนาจ
ขณะที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า ยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อแน่นอน โดยต้องการให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนอีไอเอและใบอนุญาตก่อสร้าง พร้อมกับรื้อถอนโครงการนี้ให้เป็นแบบอย่างต่อไป







