posttoday
เอกชนขอรัฐ ดันใช้เงินบาทค้าขายชายแดน

เอกชนขอรัฐ ดันใช้เงินบาทค้าขายชายแดน

13 กุมภาพันธ์ 2558

ปัญหาเศรษฐกิจต่างประเทศที่รุมเร้า ทำให้การส่งออกของไทยชะลอตัว แถมยังทำให้ค่าเงินบาทผันผวนจนภาคเอกชนต้องวิ่งเข้าไปหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอทราบนโยบายการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังการหารือทางตัวแทนหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยก็กลับไปด้วยความสบายใจ

ปัญหาเศรษฐกิจต่างประเทศที่รุมเร้า ทำให้การส่งออกของไทยชะลอตัว แถมยังทำให้ค่าเงินบาทผันผวนจนภาคเอกชนต้องวิ่งเข้าไปหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอทราบนโยบายการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังการหารือทางตัวแทนหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยก็กลับไปด้วยความสบายใจ

เบื้องหลังการหารือของผู้บริหาร ธปท.กับผู้บริหารภาคเอกชน ไม่ได้มีเพียงเรื่องของค่าเงินบาทที่ฝั่งเอกชนเห็นว่าแข็งค่าเกินไป ทำให้เสียขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนของไทย รวมทั้งนโยบายการส่งเสริมการค้าชายแดน

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ในการเรื่องการค้าชายแดนนั้นได้มีการหารือถึงการขอให้ ธปท.อำนวยความสะดวกในการนำเงินบาทเข้าออกระหว่างประเทศไทยและประเทศคู่ค้าชายแดน ซึ่งได้แจ้งไปว่า ธปท.ได้เห็นชอบการเพิ่มวงเงินในการนำธนบัตรไทยออกนอกประเทศตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จากเดิมไม่เกิน 5 แสนบาท/คน เป็นไม่เกิน 2 ล้านบาท/คน ไม่ต้องขออนุญาต ไม่มีการควบคุมการไหลเข้าออกของเงินบาท

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนต้องการให้ทางการของเราไปเจรจากับทางการของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ของประเทศเพื่อนบ้านรับเงินบาทได้ เพื่อจะได้ค้าขายสะดวกไม่ต้องมีการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

เรื่องนี้ ธปท.ชี้แจงว่า ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของกลไกตลาด เพราะหากทำธุรกิจกันแล้วเงินบาทเป็นที่นิยม ธนาคารพาณิชย์รับเงินบาทไว้ก็จะเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ การค้าขายนั้นจะต้องยอมรับในเรื่องของความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้น การจะยกให้ทางการไปทำให้ประเทศใดประเทศหนึ่งยอมรับเงินบาท ในทางกลับกันก็เท่ากับให้ธนาคารพาณิชย์ไทยรับเงินสกุลประเทศเพื่อนบ้านค้าขายในไทยได้ด้วยเช่นกัน

“เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนจึงควรเป็นเรื่องกลไกตลาดดีกว่า และถือเป็นอธิปไตยของแต่ละประเทศด้วย” ผู้ว่าการ ธปท.ระบุ

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการ ธปท. เห็นว่า ในภาวะที่ต้นทุนเงินที่อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.6% นั้น น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมาก สำหรับการตัดสินใจลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ภาครัฐ หรือโครงการลงทุนของเอกชน เพราะจะขยายการลงทุนได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ หรือแม้กระทั่งคนไทยเองที่มีเงินออมก็สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ ซึ่งปัจจุบัน ธปท.ก็ได้ขยายวงเงินการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มจาก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/คน เป็น 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/คนแล้ว

ผู้ว่าการ ธปท.ยังได้หารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ถึงปัญหาการส่งออกของไทยที่ลดต่ำลง ว่าสาเหตุมาจากกำลังซื้อในต่างประเทศตกลง ในขณะที่ค่าเงินบาทเอกชนยอมรับว่ามีเสถียรภาพ แต่ก็หยิบยก NEER (Nominal Effective Exchange Rate : NEER) หรือความแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับคู่แข่ง พบว่าเงินบาทแข็งค่ากว่ามาก ซึ่งได้อธิบายว่าขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการเปรียบเทียบ

เพราะหากเทียบต้นปี 2557 กับเดือน พ.ย. 2557 ค่า NEER ระหว่างเงินบาทไทยกับค่าเงินของจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย จะพบว่าเงินบาทแข็งค่าน้อยกว่าของฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย แต่ 2-3 เดือนนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดต่ำลงมาก ไทยซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เงินบาทจึงวิ่งไปทางแข็งค่าขึ้น ต่างจากมาเลเซียที่ส่งออกน้ำมัน ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลง

“แต่หากดูค่า NEER ของทุกสกุลเงินของประเทศในภูมิภาคนี้แล้ว ผมบอกได้ว่า Suffer เหมือนกันหมด” ผู้ว่าการ ธปท.ระบุ

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวถึงข้อเสนอของบางฝ่ายที่ต้องการให้ตรึงค่าเงินบาทเพื่อช่วยการส่งออกว่า เข้าใจความต้องการของผู้ที่ค้าขายว่าต้องการให้ตรึงค่าเงินบาท แต่ไทยเป็นประเทศเล็กๆ มีขนาดเศรษฐกิจเพียง 0.5% ของเศรษฐกิจโลก จะไปตรึงอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างไร โดยเฉพาะบทเรียนล่าสุดคือ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ตรึงค่าเงินฟรังก์สวิสไว้ถึง 2 ปี แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิก

“ประเทศเล็กๆ อย่างเรา ถ้าใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบยืดหยุ่นอย่างปัจจุบัน จะทำให้รับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เข้ามากระทบได้มากกว่านโยบายแบบยืดหยุ่นถือเป็นด่านแรกในการคุ้มกันตัวเราได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตโลกที่ไหนก็ตาม ทั้งรัสเซีย ยูเครน กรีซ เพราะเวลาเขามาแรงช็อกโลก เราก็ฟุตเวิร์กถอยได้ แต่ถ้าเราขาตาย (ยืนนิ่งอยู่กับที่) ก็มีถูกเขาชกอย่างเดียว” ผู้ว่าการ ธปท.สรุป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ