
CSS เด่นติดตั้งเสา รุกพลังงานทดแทน
CSS เป็นหุ้นตัวหนึ่งที่ดิฉันนำมาแนะนำลูกค้าเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาเร็วไปหน่อยจนใกล้ชนมูลค่าพื้นฐานที่ประเมินไว้ที่ 9.50 บาท อย่างไรก็ตามมูลค่าพื้นฐานดังกล่าวยังไม่รวมดีลซื้อกิจการที่มีความเป็นไปได้ในอนาคต จึงมองว่า CSS ยังเป็นหุ้นที่น่าลงทุนเพียงแต่ต้องดูจังหวะในการซื้อ แนะนำดูแนวรับประมาณ8 บาทต้นๆ
CSS เป็นหุ้นตัวหนึ่งที่ดิฉันนำมาแนะนำลูกค้าเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาเร็วไปหน่อยจนใกล้ชนมูลค่าพื้นฐานที่ประเมินไว้ที่ 9.50 บาท อย่างไรก็ตามมูลค่าพื้นฐานดังกล่าวยังไม่รวมดีลซื้อกิจการที่มีความเป็นไปได้ในอนาคต จึงมองว่า CSS ยังเป็นหุ้นที่น่าลงทุนเพียงแต่ต้องดูจังหวะในการซื้อ แนะนำดูแนวรับประมาณ8 บาทต้นๆ
ธุรกิจติดตั้งเสาโทรคมนาคมยังคงเป็นพระเอกผลักดันกำไรในปีนี้
การขยายตัวทางธุรกิจของ CSS ในช่วง 3 ปีจากนี้ไปนับว่าน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง โดยในช่วง 2 ปีนี้ (ปี 2558-2559) ธุรกิจติดตั้งเสาโทรศัพท์มือถือจะยังคงเป็นพระเอกในการผลักดันรายได้และกำไร ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่บริษัทร่วมลงทุนกับพาร์ตเนอร์จะเริ่มสร้างรายได้ตั้งแต่ 4Q58 และมีนัยสำคัญมากขึ้นในปี 2559 เป็นต้นไป ทดแทนการเติบโตของงานติดตั้งเสาโทรคมนาคมที่อาจชะลอตั้งแต่ปี 2560
ปีนี้และปีหน้ายังเป็นปีทองของธุรกิจออกแบบและติดตั้งระบบเสาโทรคมนาคมให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือ ทั้งจากการเร่งปรับปรุงคุณภาพโครงข่าย 3G (ติดตั้งเสาเพิ่มเพื่อรองรับการใช้งานด้าน data ที่เพิ่มขึ้น) ของผู้ประกอบการมือถือ และการประมูลระบบ 4G ใน 3Q58 ซึ่งต้องมีการติดตั้งเสาและขยายโครงข่าย (โครงข่ายและอุปกรณ์เดิมโอนให้เป็นของรัฐตามสัญญาสัมปทาน) ให้ครอบคลุมประชากรทั่วประเทศตามระยะเวลาที่กำหนดในใบอนุญาต (2-4 ปี)
ขณะเดียวกัน การแข่งขันในธุรกิจติดตั้งเสาโทรคมนาคมค่อนข้างน้อย เพราะปริมาณการงานที่มีมากเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการที่มีคุณภาพ ตรงต่อเวลา ฐานะการเงินดี มีเพียง 10 กว่าราย (CSS เป็นหนึ่งในนั้น) ทำให้อำนาจการต่อรองเป็นของผู้ให้บริการ อัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจนี้จึงสูงถึงประมาณ 30% และไม่ผันผวน
คาดกำไรสุทธิปี 2557-2558 เติบโต 112% และ 42% ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง
รายได้จากงานติดตั้งเสาโทรคมนาคมของ CSS ในงวด 9M57 ขยายตัวสูงถึง 33% เป็น 555 ล้านบาท สูงกว่ารายได้ของทั้งปี 2556 และมีอัตรากำไรขั้นต้นถึง 33.5% ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนๆ เราคาดว่ารายได้จากงานติดตั้งเสาโทรคมนาคมในปี 2557 น่าจะทำได้ 806 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% และล่าสุดบริษัทมี Backlog 900 ล้านบาทที่ต้องส่งมอบภายในปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นงานของ TRUE เราเชื่อว่าบริษัทจะได้รับงานเพิ่มเติมจาก DTAC และ ADVANC จากการเร่งขยายสถานีฐานและโครงข่ายของทั้งสอง ประกอบกับการประมูล 4G จึงคาดรายได้เฉพาะงานติดตั้งเสาในปีนี้จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 49% เป็น 1,200 ล้านบาท ส่วนรายได้จากธุรกิจ Trading (ขายสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ) เราเชื่อว่าบริษัทจะยังคงรักษาอัตราเติบโตได้ปีละ 16% เท่ากับในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อรองรับแล้ว 900-1,000 ล้านบาท
ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นของงานติดตั้งเสาโทรคมนาคมที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ และความสามารถในการควบคุมต้นทุนของงานขายอุปกรณ์ได้เป็นอย่างดี เราคาดว่า CSS จะมีกำไรสุทธิ 233 ล้านบาทในปี 2557 โตก้าวกระโดด 112% และ 331 ล้านบาทในปีนี้ เติบโตต่อเนื่อง 42%
มีโอกาสซื้อกิจการ หนุนกำไรให้เติบโตก้าวกระโดดอีกครั้ง
ปัจจุบันที่งานติดตั้งเสาโทรคมนาคมล้นมือ บริษัทจึงมองหาโอกาสในการซื้อกิจการ ซึ่งเราเชื่อว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาสแรกนี้ ถือเป็น upside ต่อประมาณการผลประกอบการของเรา เราประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2558 ที่ 9.50 บาท บนสมมติฐานกำไรที่เติบโตสูงถึง 42% และอิง PE 28 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกที่ 25.9 เท่า (CSS อยู่ในหมวดค้าปลีก) และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของผู้ประกอบการที่มีธุรกิจคล้ายกัน เช่น AIT, MFEC, SAMART, LOXLEY ซึ่งซื้อขายที่ PE เฉลี่ย 25 เท่า แต่บริษัทดังกล่าวมีอัตราการเติบโตของกำไรที่ต่ำกว่า CSS ค่อนข้างมาก ทั้งนี้มูลค่าดังกล่าวยังไม่รวมดีลการซื้อกิจการที่อาจเกิดขึ้นข้างหน้า
รุกธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทย่อยของ CSS (ถือหุ้น 50%) ได้สัญญาสัมปทาน 20 ปีในการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น 10.2 เมกะวัตต์ คาดเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ และบริษัทเล็งการประมูลโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในไทยด้วย โดยจะใช้เงินลงทุนบางส่วนจากการ IPO และจากการแปลงสภาพของCSS-W1 ที่ยังเหลืออีก 254.25 ล้านหน่วย
หากมีการใช้สิทธิทั้งหมด บริษัทจะได้รับเงินอีกประมาณ 380 ล้านบาท ทำให้ฐานทุนเพิ่มขึ้น เปิดทางในการกู้ได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาทโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน เนื่องจากบริษัทมีโครงการลงทุนรออยู่ข้างหน้า เราเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่บริษัทจะจ่ายปันผลเป็นหุ้นสำหรับผลประกอบการงวดครึ่งปีหลังของปีก่อน (ปันผลเป็นเงินสดไปแล้ว 0.06 บาท/หุ้น สำหรับครึ่งแรกของปีก่อน)







