
‘ภูษณ’ ลั่นล้างภาพหลอน ไออีซีไม่ขาดทุนชั่วนิรันดร์
หุ้นไออีซี (อินเตอร์แนชั่นเนิล เอนจีเนียริง) หุ้นในความทรงจำของนักลงทุน ครั้งหนึ่งเคยเป็นหุ้นที่ทำเงิน ทำกำไรงามๆ และในช่วงเวลาเดียวกันก็เป็นหุ้นที่ทำนักลงทุนบาดเจ็บไม่น้อยเหมือนกัน ...แต่ดูเหมือนว่าหุ้น IEC ไม่ได้หายหรือตายไปจากการเก็งกำไรแม้แต่น้อย ยังคงเป็นหุ้นที่แมลงเม่าเวียนกันเข้าเก็งกำไรได้เป็นรอบ
หุ้นไออีซี (อินเตอร์แนชั่นเนิล เอนจีเนียริง) หุ้นในความทรงจำของนักลงทุน ครั้งหนึ่งเคยเป็นหุ้นที่ทำเงิน ทำกำไรงามๆ และในช่วงเวลาเดียวกันก็เป็นหุ้นที่ทำนักลงทุนบาดเจ็บไม่น้อยเหมือนกัน ...แต่ดูเหมือนว่าหุ้น IEC ไม่ได้หายหรือตายไปจากการเก็งกำไรแม้แต่น้อย ยังคงเป็นหุ้นที่แมลงเม่าเวียนกันเข้าเก็งกำไรได้เป็นรอบ
จากธุรกิจขายมือถือ ธุรกิจสื่อสาร ปัจจุบันภาพธุรกิจนี้ แทบไม่เหลืออยู่ใน IEC และการเพิ่มทุนจำนวนมาก ครั้งแล้วครั้งเล่า (เฉพาะเจาะจง และผู้ถือหุ้นเดิม) ผู้ร่วมทุน ตลอดจนพันธมิตรรายใหม่ที่สลับเวียนกันเข้ามา ไม่สามารถเรียกความมั่นใจจากนักลงทุนได้ แม้ว่า IEC จะขยับตัวเข้าสู่ธุรกิจใหม่พลังงานทดแทนก็ตาม แต่ภาพในอดีตยังหลอนนักลงทุน
วันนี้ IEC ทำธุรกิจขายไฟฟ้าจากขยะ 3-4 โรง ซึ่งโรงไฟฟ้าขยะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภายใต้บริษัทย่อย จีเดค (GIDEC) สัมปทานสัญญากำจัดขยะของเทศบาลหาดใหญ่ 30 ปี กำลังผลิต 6.7 เมกะวัตต์ มีรายได้ขายไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แล้วตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา มีกำไรจากการขายไฟเดือนละกว่า 10 ล้านบาท
สำหรับโรงไฟฟ้าขยะแก้วลำดวนที่ จ.สระแก้ว อยู่ระหว่างการจัดซื้ออุปกรณ์ คาดว่าแล้วเสร็จเดือน ก.ย.ปีนี้ กำลังผลิต 8 เมกะวัตต์ ส่วนนี้จะมีรายได้ขายไฟเดือนละ 20 ล้านบาท
ยังไม่นับรวมโซลาร์ฟาร์มค้างท่ออีก 20 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าขยะที่แพรกษา บางปู 500 ตัน/วัน โรงไฟฟ้าขยะที่พัทลุง 200 ตัน และที่ชุมพร 200 ตัน อยู่ระหว่างการศึกษาและรอการเซ็นสัญญา
การล้างภาพหลอน IEC ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเพียงแต่ต้องใช้เวลาในการสร้างและมีรายได้การขายไฟฟ้าอย่างจริงจัง
เบื้องหลังความสำเร็จและคอนเนกชั่นต่างๆ ในการวิ่งหาขยะวัตถุดิบผลิตไฟฟ้า การขอใบอนุญาตต่างๆ ตลอดจนการเผชิญหน้ากับมวลชน ผ่านมาได้ด้วยการร่วมมือร่วมใจของผู้บริหาร IEC ที่ยังมี “สัณห์จุฑา วิชชาวุธ” ประธานกรรมการบริหาร-รองประธานกรรมการ และแกนหลักของธุรกิจใหม่นี้ ต้องให้เครดิตกับ “ภูษณ ปรีย์มาโนช” ประธานกรรมการ ที่ควบตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
สำหรับ ภูษณ เป็นผู้ที่ปลุกปั้นก่อตั้งบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ก่อนจะขายหุ้นออกและช่วงหลังไปใช้ชีวิตเป็นอาจารย์สอนหนังสือในอังกฤษหลายปี หลังจากไม่มี “ทักษิณ ชินวัตร” อยู่ในประเทศไทย “ภูษณ” จึงกลับมาเมืองไทยและเข้าช่วยงานในบริษัท IEC
การเข้ามาใน IEC เริ่มต้นจากการถูกขอ (ร้อง) ให้เป็นที่ปรึกษาและแก้ปัญหาช่วงที่โรงไฟฟ้าขยะที่หาดใหญ่มีปัญหากระทั่่งฝังรากลึกย่อมมีเป้าหมาย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการฝังลึกของ “ภูษณ” จะคิดการใหญ่ใส่เงินนับพันล้านบาท ถือหุ้นใหญ่ใน IEC แต่เป้าหมายของผู้ชายคนนี้คือ ต้องการเห็น IEC เป็นที่ 1 ด้านผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าจากขยะ ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 2 หมื่นล้านบาท รวมทั้งกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (อีบิตดา) ต้องขยับให้ถึง 1,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปีนี้ ขณะที่ปีนี้ อีบิตดาน่าจะได้ 600-700 ล้านบาท และมาร์เก็ตแคป 1 หมื่นล้านบาท
“ก็สมควรที่ภาพหลอนไออีซียังอยู่ เพราะ 14 ปี เจ๊ง ไม่มีกำไร มากำไรตอนผมอยู่ปีแรกๆ ไออีซีเหมือนเด็กอายุ 4-5 ปี กำลังโต ผู้ถือหุ้นจำนวนมากเพิ่มทุนหลายครั้ง จะเอาเงินมาทิ้งไม่ได้ ต้องหาสัมปทานทำให้บริษัทปลอดภัยก่อน วันนี้ไออีซีทำโรงไฟฟ้า 3-4 โรง รายได้ 30-40 ล้านบาท/เดือน รายจ่ายต่ำกว่า 8 ล้านบาท/เดือน ไม่รวมโซลาร์ฟาร์มค้างท่อ รับรายได้เดือนละ 10 ล้านบาท จีเดคที่เป็นหนี้แบงก์ออมสิน ก็จ่ายหนี้หมดแล้ว 280 ล้านบาท หนี้บริษัทตอนนี้เหลือ 140 ล้านบาท ขาดทุนสะสมเก่าล้างหมดแล้ว พร้อมปันผลได้ปีนี้ แต่ขอตั้งสำรองก่อน เลยปันผลไม่ได้ นอกจากนี้บริษัทกำลังจะก่อหนี้ใหม่สำหรับโครงการใหม่ ซึ่งมีดี/อี 2-2.5 เท่า ตามแผนทำโรงไฟฟ้าจากขยะและแสงแดด ประมาณ 60 เมกะวัตต์”







