
พลังงานเพิ่งตื่นสั่งปตท.แก้ไขบริการเอ็นจีวี
พลังงานสั่ง ปตท.ปรับการให้บริการเอ็นจีวี หลังรัฐยอมขยับราคาเพิ่มขึ้น
พลังงานสั่ง ปตท.ปรับการให้บริการเอ็นจีวี หลังรัฐยอมขยับราคาเพิ่มขึ้น
นายทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้บริษัท ปตท. เร่งปรับปรุงแก้ไขปัญหาภาคขนส่งที่รอคิวเติมก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ซึ่งต้องใช้เวลานานมาก ตลอดจนให้พิจารณาเพิ่มจำนวนปั๊มเอ็นจีวีขึ้นมาให้เพียงพอกับความต้องการ ควบคู่กับการปรับปรุงแก้ไขการให้บริการปั๊มเอ็นจีวีหลังจากได้ปรับขึ้นราคาเป็นกิโลกรัมละ 13 บาท
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นทาง ปตท.รายงานว่า ขณะนี้มีปั๊มเอ็นจีวี 497 แห่ง ครอบคลุม 54 จังหวัด โดยมีแผนที่จะสร้างปั๊มตามแนวท่อก๊าซอีก 4 แห่ง ที่ จ.นครสวรรค์ 2 แห่ง และที่ จ. ขอนแก่นและสระบุรี รวมถึงได้จัดหารถขนส่งก๊าซเพื่อเพิ่มความสามารถการขนส่งในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน การเพิ่มหัวจ่ายและจะเร่งเปิดปั๊มเอ็นจีวีใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนปั๊มน้ำมันมาเป็นปั๊ม
เอ็นจีวีและขยายกำลังการจำหน่ายของปั๊มเอ็นจีวีเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ จะมีการจัดสรรก๊าซเพิ่มให้แก่ปั๊มเอ็นจีวีในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน การประชาสัมพันธ์และบริการคิวการเติมก๊าซในช่วงเร่งด่วนระหว่างเวลา 12.00-16.00 น. ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถรองรับรถที่ใช้เอ็นจีวีได้ทั้งสิ้น 5.66 หมื่นคัน หรือรองรับรถได้เพิ่มขึ้น 9,600 คัน
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การปรับโครงสร้างราคาเอ็นจีวีให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงนั้น จะต้องมีวิธีคิดภาษีต่างๆ ที่ต้องไม่ต่างจากเชื้อเพลิงขนส่งอื่นๆ โดยภาษีสรรพสามิตควรจะจ่ายเท่ากัน หากก๊าซเอ็นจีวีไม่ต้องจ่ายภาษีแต่รถที่ใช้ดีเซลต้องจ่าย 4-5 บาท/ลิตร อาจไม่ยุติธรรม
นายทองอยู่ คงขันธ์ ที่ปรึกษาสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี และอนาคตอาจมีการพิจารณาโครงสร้างภาษีอื่นๆ เช่น ภาษีสรรพสามิตให้เหมือนน้ำมันนั้นคาดว่าจะมีผลทำให้รถบรรทุกใหม่ๆ ไม่ตัดสินใจใช้เอ็นจีวีเพิ่มอีก ในขณะที่รายเก่าที่ติดตั้งแล้วก็มีโอกาสจะหันไปใช้ดีเซลแทนมากขึ้น จะกระทบกับธุรกิจเอ็นจีวีได้
ปัจจุบันรถบรรทุก 1 ล้านคัน เป็นรถที่ใช้เอ็นจีวีเพียง 1 แสนคัน คิดเป็น 10% แต่เป็นลูกค้าหลักที่ซื้อเอ็นจีวีจาก ปตท.คิดเป็นปริมาณการใช้ 18 ล้าน กก./วัน มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท/วัน หรือประมาณ 7,000 ล้านบาท/เดือน หากรถบรรทุกทยอยเลิกใช้จนหมด รายได้ส่วนนี้ ปตท.ก็จะหายไปทันที







