
ลีสซิ่งคลื่นใต้น้ำ ตลาดรถช่วงปรับฐาน
แม้ในทางเศรษฐศาสตร์จะยังไม่เรียกดัชนีราคาผู้บริโภค หรือซีพีไอ เดือน ม.ค. ที่เงินเฟ้อติดลบว่าเป็นเงินฝืด
แม้ในทางเศรษฐศาสตร์จะยังไม่เรียกดัชนีราคาผู้บริโภค หรือซีพีไอ เดือน ม.ค. ที่เงินเฟ้อติดลบว่าเป็นเงินฝืด เพราะเงินเฟ้อที่ลดลงมาจากราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าที่ลด แต่สภาวะเงินเหือดแห้งดังกล่าวทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยกู้มากขึ้น รวมทั้งตลาดรถขนาดเล็กที่โดนเข้มงวดปล่อยกู้มาก กระทบตลาดหดตัวอย่างแรง
ผลกระทบนี้ นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทำให้ภาพรวมตลาดรถในประเทศไทยปี 2557 ที่ผ่านมา ภาพรวมลดลงกว่า 30% อยู่ที่ 8.81 แสนคัน ปัจจัยหลักมาจากความเข้มงวดของสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) โดยเฉพาะผู้ขออนุมัติสินเชื่อรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บี-เซ็กเมนต์) และรถอีโคคาร์ ที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เจอปัญหาเดียวกันทั้งตลาด
ทั้งนี้ ในปี 2558 คาดภาพรวมตลาดรถยนต์จะมียอดขายอยู่ที่ 9.5 แสนคัน และคาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 ตลาดจะเริ่มส่งสัญญานดี จากการมีงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่จะมีการกระตุ้นตลาดและกำลังซื้อผู้บริโภคด้วยโปรโมชั่น
สำหรับปีนี้โปรโมชั่นจะแข่งขันไม่รุนแรงเท่าปีก่อน โดยจะทยอยลดลงแต่คงจะไม่หายไปจากตลาด เนื่องจากขณะนี้ผู้บริโภคเหมือนเสพติดโปรโมชั่น ซึ่งใช้เป็นปัจจัยแรกในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไปจนเป็นความเคยชิน
ขณะที่ยอดขายของบริษัทในปี 2557 อยู่ที่ 21,803 คัน หรือลดลงกว่า 50% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4 หมื่นคัน แบ่งเป็น ซูซูกิ สวิฟท์ 13,340 คัน ซูซูกิ เซเลริโอ 1,862 คัน ซูซูกิ เออร์ติก้า 1,538 คัน ซูซูกิ แครี่ 3,437 คัน และอื่นๆ อีก 6 คัน
สาเหตุหลักมาจากการไม่ผ่านการอนุมัติจากไฟแนนซ์ในระดับกว่า 30-40% ของยอดจองที่เข้ามา รวมถึงบริษัทมีผลิตภัณฑ์หลักในตลาดอีโคคาร์เพียงอย่างเดียว ต่างกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นที่มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายกระจายยอดขายได้ ซึ่งในปี 2558 ตั้งเป้าไว้เท่ากับปี 2557 ที่ 4 หมื่นคัน ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้
“ถ้าไฟแนนซ์มีการผ่อนคลายด้านการเงินบ้าง จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตขึ้นได้ เนื่องจากขณะนี้ไฟแนนซ์ถือเป็นกลไกสำคัญหลักที่จะทำให้ตลาดฟื้นตัวได้” นายวัลลภ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะออกสู่ตลาดได้ในเดือน มี.ค. และแผนการขยายศูนย์จำหน่ายและบริการเพิ่มขึ้นเป็น 110 แห่งในปีนี้ จากปัจจุบันมี 86 แห่ง
นายวัลลภ กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับ ธนาคารเกียรตินาคิน เป็นพันธมิตรทางการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ซูซูกิ ลีสซิ่ง ด้วยเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์ ซูซูกิ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2558 เป็นต้นมา
ด้านนายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส การตลาดและการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ปีนี้ มีปัจจัยลบเยอะกว่าบวก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ลดลงน่าจะเป็นบวก แต่กลับเป็นปัจจัยลบกระทบวงกว้าง อาทิ กระทบอัตราแลกเปลี่ยน เศรษฐกิจ ส่งผลถึงการส่งออก การใช้จ่ายเป็นลูกโซ่
นอกจากนั้น ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำยังส่งผลกระทบถึงการตัดสินใจซื้อรถยนต์ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคใต้ ที่มียอดขายในภาพรวมตลาดลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่กำลังซื้อผู้บริโภคยังอยู่ในระดับทรงตัวจากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ยากขึ้น ซึ่งมาจากปัจจัยของหนี้เสียในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก โดยมีอัตราไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 30% จากเดิมอยู่ในระดับ 10% ต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงปีนี้
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดรถยนต์ปี 2557 ที่สรุปตัวเลขขาย 8.81 แสนคัน ถือได้ว่าเป็นไปตามคาดการณ์ที่ตลาดตกต่ำตามสภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์ภายในประเทศ ถือได้ว่าเป็นปีที่ตลาดปรับฐานสะท้อนความต้องการที่แท้จริง โดยจากการวิเคราะห์ตลาดพบว่ายังมีความต้องการ ซึ่งในปี 2558 คาดตลาดรวมจะไม่ถึง 1 ล้านคัน
นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยปี 2557 อยู่ที่ 881,832 คัน ลดลง 33.7% จากผลกระทบทางการเมืองและเศรษฐกิจในช่วงต้นปี ส่งผลต่อจิตวิทยาการตัดสินใจซื้อผู้บริโภค ประกอบกับเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องรวมถึงราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทำให้ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายและการลงทุน อีกทั้งการปรับสมดุลของตลาดหลังสิ้นสุดโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก
สำหรับปี 2558 คาดรถยนต์รวมในประเทศอยู่ที่ 9.2 แสนคัน โต 4.3% จากปัจจัยเศรษฐกิจฟื้นตัวกลับสู่ปกติตามที่รัฐบาลได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะโตได้ 3-4% พร้อมอัดฉีดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบทำให้เกิดการใช้จ่าย รวมถึงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวซึ่งจะมีผลดีต่อการส่งออก อีกทั้งราคาพืชผลการเกษตรโดยเฉพาะข้าวและยางพาราถ้าดีขึ้น จะส่งผลต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยปี 2558 โตโยต้าตั้งเป้า 3.3 แสนคัน เพิ่ม 0.9% มีส่วนแบ่ง 35.9% และตั้งเป้าส่งออก 3.9 แสนคัน
ทั้งหลายทั้งปวงของตลาดรถยนต์ในปีนี้จะเติบโตได้มากขนาดไหน คงต้องขึ้นอยู่กับลีสซิ่งว่าจะผ่อนคลายการปล่อยกู้ขนาดไหน โดยเฉพาะค่ายรถที่ไม่มีลีสซิ่งเป็นของตนเอง







