
ชาวเกาะลุยฝ่าศก.โลก
เทพผดุงฯ หันบุกจีน ตะวันออกกลางหวังส่งออกปีนี้โต 5% ฝ่าบาทแข็ง เศรษฐกิจโลกชะลอ
เทพผดุงฯ หันบุกจีน ตะวันออกกลางหวังส่งออกปีนี้โต 5% ฝ่าบาทแข็ง เศรษฐกิจโลกชะลอ
นายอภิศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกะทิชาวเกาะ เปิดเผยว่า การส่งออกปีนี้มีปัจจัยลบรอบด้าน โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว อัตราการบริโภคอาจลดลง ภาวะเงินบาทแข็ง กระทบรายได้บริษัทลด เนื่องจากรายได้หลักบริษัทมาจากส่งออกเป็นหลักสัดส่วนถึง 80% อีก 20% เป็นขายในประเทศ
ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าว บริษัทจึงวางแผนรุกขยายตลาดใหม่ในเอเชียส่งออกกะทิชาวเกาะไปประเทศจีน ส่วนน้ำมันมะพร้าวส่งไปญี่ปุ่นและตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ประชากรมีกำลังซื้อสูง วางเป้าจะเพิ่มรายได้ในเอเชียจาก 15% เพิ่มเป็น 16-17% ส่วนตลาดอเมริกาซึ่งสร้างรายได้ถึง 55% ปีนี้จะเพิ่มการส่งออกน้ำมันมะพร้าวและมะพร้าวอบกรอบเพื่อผลักดันรายได้เพิ่มเป็น 60%
บริษัทลงทุน 300 ล้านบาท แบ่งเป็นงบ 100 ล้านบาท ขยายกำลังผลิตโรงงานชาวเกาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิชาวเกาะ น้ำมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว และมะพร้าวอบกรอบ เพิ่มขึ้น 20% หรือจาก 8 หมื่นตัน/ปี เป็น 1.2 แสนตัน/ปี และขยายกำลังผลิตโรงงานแม่พลอยน้ำจิ้มไก่และเครื่องพริกแกง เพิ่มจาก 1.8 หมื่นตัน/ปี เป็น 2 หมื่นตัน/ปี ส่วนงบอีก 200 ล้านบาท สำหรับติดตั้งเครื่องจักรและระบบดูแลสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาส 2
“แม้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งแต่ธุรกิจเรายังคงเน้นส่งออกเป็นหลัก เพราะตลาดภายในประเทศพฤติกรรมผู้บริโภคยังใช้กะทิสดเป็นหลัก ส่วนการแข่งขันในต่างประเทศ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เป็นคู่แข่งที่สำคัญ ซึ่งการเร่งขยายตลาดใหม่ๆ จะช่วยทำให้บริษัทรักษารายได้ส่งออกเท่ากับปีที่ผ่านมาราว 4,800 ล้านบาท หลังส่งออกปีที่ผ่านมาโตถึง 30%” นายอภิศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทขยายตลาดน้ำจิ้มไก่พริกแกงแม่พลอยภายในประเทศมากขึ้น รวมทั้งกลุ่มผลไม้กระป๋องชาวดอย ด้านวัตถุดิบได้ลดนำเข้ามะพร้าวจากอินโดนีเซียกว่า 20% เหลือ 15% หันใช้ในประเทศเพิ่มจากเกือบ 80% เป็น 85% แม้ช่วงเดือน พ.ย.- ม.ค. วัตถุดิบจะขาดแคลนแต่การใช้มะพร้าวในประเทศช่วยลดมะพร้าวเสียได้ถึง 10-15%
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า รายได้ปีนี้บริษัทตั้งเป้าโต 3-5% หรือราว 6,000-6,300 ล้านบาท หากเศรษฐกิจโลกซบและตลาดในประเทศไม่ดีคาดปีนี้อาจไม่โต







